คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

สงครามกฎหมาย – แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยประกาศจะใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา เพื่อจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม มีคำถามว่า เมื่อประกาศแล้วจะได้อะไรตามมาหรือไม่ เพราะฝ่ายเยาวชนนักเรียนนักศึกษานั้นแสดงท่าทีไม่ได้หวั่นเกรงอะไร

แถมยังนำไปเป็นจุดประเด็น ชี้ว่ารัฐกำลังทำนิติสงคราม อะไรทำนองนั้น

ยิ่งเป็นการปลุกเร้า อีกทั้งยังอธิบายให้คนในสังคมเห็นว่า รัฐบาลไม่ยอมพูดคุยแก้ปัญหา แต่กลับใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา มาดำเนินการแทน

อีกทางหนึ่ง เมื่อประกาศใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราเช่นนี้

นึกถึงภาพและภาระตำรวจขึ้นมาในทันที

ตอนนี้ระดมกำลังจากทั่วประเทศมาเป็นหน่วยควบคุมฝูงชนปราบจลาจล มากันเป็นเดือนๆ แล้ว

ต่อไปนี้ตามโรงพักต่างๆ ที่กำลังเจ้าหน้าที่ขาดแคลนอยู่แล้ว จะต้องมาอลหม่านกับคดีความเกี่ยวกับม็อบที่คงเพิ่มขึ้นอุตลุด!

โดยสภาพปกติ กำลังตำรวจไทย แทบจะไม่เพียงพอในการดูแลทุกข์ประชาชนที่นับวันมีแต่หนาแน่นเพิ่มประชากรมากขึ้น

ตำรวจสายตรวจ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบก็ตรวจกันแทบไม่ทัน

ยาเสพติดล้นทะลัก อาชญากรรมสารพัดเกิดขึ้น ตำรวจสายสืบสวนก็สืบจับคนร้ายแทบไม่ทัน

แต่วันนี้ยิ่งขาดหนัก เพราะต้องจัดกำลังส่วนหนึ่งตามแต่ละพื้นที่ เพื่อมาเสริมการควบคุมฝูงชนในกทม.

ม็อบเคลื่อนไหวหนักต่อเนื่องมา 4 เดือนแล้ว

จนทำให้บางพื้นที่ถึงกับเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลส่งตำรวจกลับมา เพื่อสกัดกั้นคนลักลอบข้ามแดนเสี่ยงภัยโควิด!!

ทีนี้ เมื่อการเมืองไม่แก้ปัญหาการเมืองเอง

กลับมาประกาศใช้ทุกกฎหมายทุกมาตรา

บรรยากาศที่ตามมาทันทีคือ ร้อยเวร พนักงานสอบสวนทุกโรงพัก เตรียมรับได้เลย!

ความวุ่นวายด้านคดีความจะตามมา การแจ้งความจะล้นทะลักบนโรงพัก

กระทบไปหมดแน่นอน ทั้งการป้องกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชนทั่วไป

ไปจนถึงคดีความของชาวบ้าน ที่ไม่ใช่คดีการเมือง ก็คงล่าช้าไปตามๆ กัน

เมื่อแก้กันผิดทิศผิดทาง ตำรวจก็ต้องรับภาระปะทะกับเด็ก ต้องบอบช้ำไปทุกด้าน

ท่ามกลางความร้อนรุ่มทางการเมืองที่คง ยืดเยื้อกันไปอีกนาน ถ้ายังไม่คิดจะหาทางแก้ไข!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน