คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

บทเรียนทั่วโลก รัฐประหารมีแต่ถดถอย – คนไทยเรานั่งดูวิกฤตการณ์ทางการเมืองในพม่าด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจในสิทธิเสรีภาพของประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสูญหายไป รวมทั้งการเสียหายทางเศรษฐกิจ บ้านเมืองต้องถอยหลัง ความเจริญก้าวหน้าทุกด้านต้องหยุดนิ่ง

พร้อมๆ กัน คนไทยเราคล้ายก็มีความรู้สึกร่วมไปด้วย

เพราะบ้านเมืองไทยเราถดถอยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรัฐประหารปี 2549 ตามซ้ำด้วยรัฐประหาร 2557

อีกทั้งวันนี้ ด้วยประเด็นการลุกขึ้นมาต่อสู้ของปัญญาชน นักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่ ที่หนักหน่วงมาตลอดเมื่อปลายปีที่แล้ว และน่าจะกลับมาอีกครั้งในอีกไม่นานนี้

คงจำกันได้ในช่วงม็อบเด็กร้อนแรงเมื่อปลายปีนั้น กระแสการรัฐประหารก็เป็นที่หวั่นไหวกันไม่น้อย

ด้วยกลุ่มผู้กุมอำนาจปัจจุบัน มีแนวโน้มจะดิ้นรนหาทางออก ด้วยการใช้อำนาจในมือเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้อย่างถึงที่สุด!

อันที่จริงคนไทยมองภาพการเข้ายึดอำนาจของกองทัพพม่าในวันนี้ ซึ่งจะเห็นความเลวร้ายล้าหลังมากมาย

ควรนึกย้อนกลับมายังบ้านเราว่า ไม่ควรจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยปี 2549 และ 2557 อีก

การอ้างว่านักการเมืองโกงกิน ต้องแก้ไขด้วยการใช้พยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย หรือการรณรงค์ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับรู้เพื่อลงโทษนักการเมืองคอร์รัปชั่นในการเลือกตั้งหนต่อไป

ไม่ใช่อ้างว่านักการเมืองขี้โกง แล้วกองทัพต้องเป็นผู้เข้ามาแก้ไข

เพราะการรัฐประหารก็คือการโกงอำนาจ ที่เลวร้ายอีกแบบ

และกองทัพไม่ได้มีหน้าที่หรือมีความเชี่ยวชาญใดๆ ในการแก้ปัญหานักการเมืองโกง!

ทหารได้รับการฝึกฝนในการด้านศึกสงคราม เป็นหลักให้กับประเทศชาติในการปกป้องอธิปไตย

ไม่เคยฝึกฝนหรือไม่เคยปรากฏอยู่ในภารกิจกองทัพว่า มีหน้าที่ในการแก้นักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น

ที่สำคัญประเทศที่เจริญทั่วโลก เขาก็มีคอร์รัปชั่น และแก้คอร์รัปชั่นด้วยกลไกปกติ ด้วยกระบวนการ ยุติธรรม

ประเทศที่เจริญก้าวหน้า ไม่เห็นประเทศไหนแก้นักการเมืองคดโกงด้วยการรัฐประหาร!

อีกทั้งความจริงที่เด่นชัดที่สุดก็คือ ประเทศไหนก็ตามที่ทหารยังมีอำนาจพร้อมจะแทรกแซงการเมืองได้ทุกเมื่อ มีการรัฐประหารบ่อย ไม่เคยมีประเทศไหนที่มีความเจริญรุดหน้าทางเศรษฐกิจชีวิตปากท้อง

ชะตากรรมของพม่ากับชะตากรรมคนไทยก็คล้ายๆ กัน เราก็ยังคงต้วมเตี้ยมอยู่ไม่ต่างกัน

เหลือบมองเกาหลีใต้ หลังผ่านเหตุการณ์นองเลือด กวางจู ผ่านยุคที่ทหารเป็นใหญ่ทางการเมืองแล้ว

เมื่อการเมืองเกาหลีใต้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง

40 ปีที่ผ่านไป กลายเป็นประเทศเจริญระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว!

 

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน