ต้องวัคซีนเท่านั้น ไม่ใช่แค่แมสก์และล้างมือ – ระดับเจ้าสัว ระดับนักธุรกิจใหญ่ นักอุตสาหกรรมยักษ์ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันในเวลานี้ คือ ต้องเร่งเปิดให้เอกชนช่วยจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด โดยตามแนวทางล่าสุดที่รัฐบาลยอมตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดหาวัคซีนทางเลือกนั้น ถูกต้องแล้ว และมีแต่ต้องเร่งดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด
เพราะวัคซีนคือคำตอบที่สำคัญที่สุดของประเทศ ไทยในเวลานี้
สำหรับทั่วโลกนั้น เขามีคำตอบนี้มานาน และดำเนินการอย่างจริงจัง รวมทั้งอย่างรวดเร็ว
จนบัดนี้หลายๆ ชาติ ฉีดกันได้อย่างกว้างขวาง
เพราะยิ่งฉีดได้มากเท่าไร ฉีดครอบคลุมจำนวนประชากรครบถ้วนมากเท่าไร จะเป็นหลักประกันได้ดีที่สุด ในการหยุดยั้งโควิด
ผลตามมาย่อมหมายถึงการกลับมาใช้ชีวิตปกติ ธุรกิจการค้าจะเริ่มฟื้นได้เร็ว และในอนาคตหมายถึงการฟื้นการท่องเที่ยวอันเป็นรายได้ที่มากมายมหาศาลด้วย!!
คงไม่ต้องย้ำกันอีกหนว่า วัคซีนไม่เพียงแค่ป้องกันโควิด แต่หมายถึงการฟื้นเศรษฐกิจนั่นเอง
ปัญหาที่เกิดกับประเทศไทย จนใครต่อใครพากันเรียกร้อง ให้เร่งจัดหาวัคซีน จัดหาจากหลายแหล่งมากที่สุด เพื่อให้ได้มาเร็วฉีดได้เร็ว
ร้องกันมาหลายเดือน กว่ารัฐบาลจะยอมรับว่า พร้อมจะเปิดให้เอกชนร่วมกันจัดหาแต่ก็ยังใช้เวลากับการตั้งคณะกรรมการดำเนินการอยู่
จนทำให้บรรดาบุคคลชั้นนำในวงการธุรกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ต้องมีท่าที!
ต้องออกมาร่วมเรียกร้องและสนับสนุน ให้เอกชนร่วมจัดหาอย่างจริงจัง
ไม่เช่นนั้นจะสายเกินไป!!
ดังที่ปรากฏให้เห็นถึงการระบาดระลอก 3 ที่แผ่กว้างรุนแรง และดุดัน
รัฐบาลออกมาพูดจาว่า การระบาดรอบใหม่เกิดจากผู้คนไร้จิตสำนึก ไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม
แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับมองว่า เพราะรัฐบาลจัดหาวัคซีนมาล่าช้านั่นไง จึงทำให้เกิดการระบาดใหม่จนได้
ที่อิสราเอล เขาจัดหาวัคซีนจนฉีดได้ครบทั้งประเทศ จนสามารถเปิดหน้ากากเข้าสังคมได้ เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติได้
หมายถึงเศรษฐกิจการค้าก็เริ่มกลับมาใหม่ อันหมายถึงปากท้องของประชาชน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีประเทศไทย แถลงว่า อาวุธสำคัญของพวกเราในการสู้กับโควิดคือ แมสก์ ดิสแทนซิ่ง ล้างมือ และช้อนกลาง
แต่ทั่วโลกอาวุธของเขาคือวัคซีน และได้ผลอย่างแท้จริง
เพราะเรายังมีแค่แมสก์ ดิสแทนซิ่ง ล้างมือ และช้อนกลาง เพียงเท่านี้ไม่ใช่หรือ
ก็เลยยังระบาดระลอกใหม่อย่างหนักหน่วง!
วงค์ ตาวัน