สอบบ่อน-249 – เมื่อพูดถึงการระบาดของโควิดระลอกต่างๆ ซึ่งต้นเหตุมาจากความบกพร่องของภาครัฐเองทั้งสิ้น เช่น คลัสเตอร์สนามมวยลุมพินีของสวัสดิการทหารบกในระลอกแรก จากนั้นคลัสเตอร์ตลาดกุ้งมหาชัย เหตุไม่ควบคุมแรงงานต่างด้าวจากเพื่อนบ้าน ไปจนถึงเมื่อปลายปีที่แล้วคลัสเตอร์บ่อนการพนันหลงจู๊
พอเป็นบ่อนการพนัน ก็เป็นปัญหาของตำรวจเต็มๆ
ถามกันว่าตำรวจจะสอบสวนเอาผิดกันจริงจังหรือไม่
เห็นข่าวเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา รายงานว่า ผบ.ตร.สั่งสอบสวนตำรวจที่อยู่ในข่ายเรื่องนี้ถึง 249 ราย!
แล้วใน 249 รายที่อยู่ในข่ายถูกตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนนี้
มี พล.ต.ท.ถึง 4 คน โดยเป็นระดับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ถึง 2 ราย คือคนที่แล้วและคนปัจจุบันที่โดนเด้งเข้ากรุไปด้วย
สรุปว่าสอบสวนตั้งแต่ผู้บัญชาการภาค ลงมายัน ผบ.หมู่
ตั้งแต่ พล.ต.ท.ลงมาถึง พล.ต.ต. และผู้กำกับ สารวัตร ยันส.ต.ต. เลยทีเดียว
ทั้งนี้ด้วยบ่อนการพนันใหญ่ 2 เจ้า ในพื้นที่ระยองและในชลบุรี อันเป็นคลัสเตอร์แพร่ระบาดโควิด
แล้วทีมสืบสวนหาข้อเท็จจริงรายงานว่าทั้งสองบ่อนใหญ่ เปิดเล่นตั้งแต่ต้นปีและกลางปี 2563 มายันปลายปีที่เกิดการระบาดโควิด
เพราะฉะนั้นเกี่ยวพันไปถึงตำรวจระยอง ชลบุรี ชุดตั้งแต่ก่อนโยกย้ายตามวาระประจำปีในเดือนตุลาคม 2563
เมื่อเป็นเช่นนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จึงสะบัดปากกาเซ็นสอบรวด 249 ตำรวจดังกล่าว!!
ทั้งระดับภาคและระดับจังหวัด รวมทั้งระดับโรงพัก ที่ทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นปี 2563 ยันชุดหลังที่มารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม
ถือเป็นการขุดย้อนเอาผิดที่สั่นสะเทือนมากจริงๆ
แน่นอนว่า ทั้ง 249 รายที่อยู่ในข่ายถูกสอบสวนนั้น คงไม่ได้ผิดพลาดบกพร่องหรือไปร่วมรับส่วยอะไรไปหมดทุกคนจำนวนหนึ่งแค่อยู่ในข่าย และลงเอยก็อาจจะพ้นผิดหลายราย
แต่ลงเอยคงไม่เอาผิดแค่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่เช่นนั้นตอนจบคงไม่สวย!
โดนชาวบ้านด่าหูอื้อแน่ เพราะเป็นบ่อนที่สร้างความเดือดร้อนแพร่โควิดแหล่งใหญ่
กระนั้นก็ตาม การออกคำสั่งสอบนายพลยันชั้นประทวน 200-300 คนแบบนี้
ผบ.ตร.ต้องแน่จริง ต้องไม่มีแผลเสียเอง ไม่เช่นนั้นโดนแฉกลับเละไปแล้ว
ในวงการรู้กันดีว่าบิ๊กปั๊ดมีต้นทุนสูง ถือว่าเคลียร์ในเรื่องผลประโยชน์อันมิชอบ ไม่ข้องแวะเรื่องบ่อนกาสิโน
เรื่องนี้ดูกันต่อไป พอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ ว่าเป็นประเภทหัวส่าย-หางกระดิก หรือหัวไม่ส่ายหางดันกระดิกเอง!
วงค์ ตาวัน