รัฐที่ขัดกับคนรุ่นใหม่ จนอยากย้ายประเทศ – สาเหตุส่วนหนึ่งที่กระแส “ย้ายประเทศกันเถอะ” ได้รับการขานรับอย่างกว้างขวางนั้น น่าจะเป็นเพราะว่า เอาเข้าจริงๆ แล้วสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยเรียน หรือที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว รู้สึกกันมานานแล้วว่า บ้านเมืองเราไม่มีอนาคตที่ดีพอ
จนเกิดกระแสมาหลายปีก่อนหน้านี้ พยายามไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วหางานทำในต่างประเทศนั้นไปเลย
เพราะบ้านเมืองเราอยู่ในระบบการเมืองที่ ถอยหลังมาตลอด ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้าทุกด้าน
อยู่ในกทม. ไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดีและทันสมัยพอ หรือเดินทางข้ามเมืองข้ามจังหวัดข้ามภาค ก็ไม่มีรถไฟความเร็วสูง
การเมืองก็วนเวียนอยู่ในอ่าง ว่างๆ ทหารก็ออกมายึดอำนาจ ล้มกระดานประชาธิปไตย
ประเทศไหนก็ตามที่กองทัพยังพร้อมแทรกแซงการเมืองตลอดเวลา ประเทศนั้นไม่มีวันเจริญก้าวหน้าได้เลย!?!
จนกระทั่งคนรุ่นใหม่ เริ่มมีความหวังทางการเมือง และสนใจในพรรคการเมืองตัวแทนคนรุ่นใหม่ นั่นเองความตั้งใจที่จะร่วมผลักดันให้ประเทศเจริญก้าวหน้าจึงเกิดขึ้น
จนกระทั่งเจออำนาจแอบแฝงแทรกแซงการเมือง ทำให้ประชาธิปไตยไม่เสรีเปิดกว้าง
จึงผลักให้คนรุ่นใหม่ลงสู่ถนน
การต่อต้านรัฐ จึงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง นับวันยิ่งลุกลามไปอีกหลายองค์กร ปะทะกับโครงสร้างเก่าอันล้าหลังทั่วทั้งสังคมไทย
ดังนั้นเมื่อเกิดปรากฏการณ์ย้ายประเทศกันเถอะ จึงได้รับการเข้าร่วมสนับสนุนอย่างล้นหลาม
เพราะการประกาศย้ายประเทศกันเถอะ คือการประจานความล้มเหลวของรัฐยุคนี้อย่างตรงไปตรงมา!
บริหารประเทศชาติกันอย่างไร จนทำให้ไม่มีความหวัง ไม่เห็นอนาคต เจอวิกฤตโควิด วัคซีนล่าช้าและเลือกยี่ห้อไม่ได้อีก จึงอยากย้ายประเทศกันไปให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ทั้งหมดนี้ ผู้มีอำนาจจะรับรู้อย่างเข้าใจ แล้วหาทางรับฟังความคิดเห็นของเยาวชนนักเรียนนักศึกษาให้เข้าใจ หรือไม่
เพื่อปรับแก้ และหาทางอยู่ร่วมกันในสังคมต่อไป!
ถ้าส่งลิ่วล้อออกมาตอบโต้ว่า ถ้าไม่อยากอยู่ประเทศนี้ก็ไล่ออกไป
หรือถ้าเริ่มต้นจากการตั้งประเด็นว่ามีผู้ปั่นกระแสมี ผู้ชักใย
นั่นก็จะไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริง ยิ่งเกิดความขัดแย้งกันบานปลายไปกันใหญ่
ทั้งที่อนาคตของชาติ ก็คือ นักเรียนนักศึกษาปัญญาชนคนรุ่นใหม่
ยิ่งถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มากด้วยปัญญา รู้จักคิดรู้จักถกเถียง ยิ่งเป็นอนาคตที่มากด้วยคุณภาพ
รัฐไหนที่มีปัญหากับปัญญาชนคุณภาพ รัฐนั้นจะมีอนาคตได้อย่างไร!?
วงค์ ตาวัน