ชกไม่มีมุม – ยากลำบากในโควิด หงุดหงิดย้อนไป 7 ปีก่อน
โดย….วงค์ ตาวัน
ในความยากลำบากที่เกิดไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทั้งปัญหาความร้ายแรงของโรคระบาดโควิด และการทรุดหนักทางเศรษฐกิจ โดยสาเหตุประการหนึ่งมาจากการที่วันนี้เรายังไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพ ไม่มาอย่างรวดเร็วและฉีดให้ประชาชนได้ทั่วถึง
เมื่อวัคซีนมาช้า ตัวเลขการระบาดยังพุ่งสูง ธุรกิจการค้าก็ต้องปิดตัวกันระนาว
วัคซีนกับการหยุดโรคและการฟื้นเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องเดียวกัน
สายตาของทั่วทั้งสังคม จึงจับจ้องไปยัง ความถนัดความเชี่ยวชาญของผู้บริหารประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ ผู้นำกองทัพที่เข้ายึดอำนาจเมื่อปี 2557 ด้วยข้ออ้างความขัดแย้งรุนแรงจะเกิดสงครามระหว่างสี
ใช้ศักยภาพผู้นำกองทัพ ที่สอดรับกับข้ออ้างความมั่นคง ยุติความรุนแรงจากความแตกแยกของผู้คน ซึ่งก็ยังพอเป็นข้ออ้างที่ถูไถไปได้!?
แต่ทำไมไม่ตัดสินใจเหมือนพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ก่อรัฐประหารในปี 2549 ด้วยข้ออ้างเหมือนกัน
โดยยึดอำนาจเสร็จก็รีบถอยกลับกรมกอง ให้รัฐบาลชั่วคราวบริหารแค่ปีเดียวแล้วก็ถอย
การที่ยังอ้างเรื่องความสงบเรียบร้อยแล้วอยู่ยาวนานถึง 7 ปี
ทั้งที่ยุครัฐบาลทหาร 5 ปี กระเทือนเศรษฐกิจอยู่แล้ว มาเจอสถานการณ์โรคระบาดระดับโลก ฉุดเศรษฐกิจพังขนาดนี้ ยิ่งไปกันใหญ่
ไปถามใครว่าผู้นำประเทศในสถานการณ์โรคระบาดและเศรษฐกิจแบบนี้ควรเป็นเช่นไร
คำตอบย่อมเหมือนกันว่า ควรต้องเป็นคนคิดกว้างทันโลก นักบริหารมืออาชีพ นักเศรษฐกิจมือฉกาจ!
แต่เรายังมีผู้นำนักการทหาร ตามข้ออ้างของสถานการณ์เมื่อ 7 ปีก่อน คนละเรื่องกับสถานการณ์ใหญ่ของประเทศในปัจจุบัน ที่เป็นสถานการณ์สงครามโรค เป็นสงครามเศรษฐกิจ ไม่ใช่สงครามโลก ไม่ใช่สงครามรบ
ไม่น่าแปลกใจ ที่ความหงุดหงิดของผู้คนที่เผชิญโรคระบาดลุกลาม ปากท้องก็หิวโหย หนี้สินก็เพิ่มพูน
จึงเกิดอารมณ์ขัดเคืองใจย้อนไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว!
เกิดคำถามถึงบรรดาคนดังไฮโซที่มีบทบาทในการเป่านกหวีดเพื่อเรียกหาการรัฐประหาร อ้างว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่ยอมให้เลือกตั้ง
จึงโดนผู้คนย้อนถาม ว่าวันนั้นไปเรียกเขามาเองใช่ไหม แล้วยังเชียร์กันจนอยู่ยาวมาอีก 7 ปี
แล้ววันนี้เขาเหมาะอย่างไร และประชาชนต้องเจอกับอะไรในโควิด!?
ถ้าการเมืองเป็นประชาธิปไตยปกติ เปลี่ยนตัวได้ผ่านการเลือกตั้งในกติกาเสรี
ไม่มีรัฐธรรมนูญทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจ
เราก็จะได้ผู้นำเหมาะสมลงตัว ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เป็นจริง!