ความลำบากในวันนี้

บทเรียนจาก 7 ปีก่อน : ชกไม่มีมุม

โดย..วงค์ ตาวัน

ในสภาพความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ด้วยสถานการณ์โควิด ที่การบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด และส่งผลถึงเศรษฐกิจที่คงจะฟื้นได้ล่าช้าตามไปด้วยนั้น เมื่อใครก็ตามที่เคยมีบทบาทในการร่วมม็อบเป่านกหวีด ออกมาโอดครวญถึงความเสื่อมทรุดของธุรกิจการค้าในวันนี้

มักจะโดนย้อนกลับจากคนอีกส่วนว่า ก็ไปเรียกเขามาเองไม่ใช่หรือ แล้วยังเชียร์ให้อยู่มายาวถึง 7 ปีนี่ไง!?

เท่ากับว่า สิ่งที่ผู้คนในสังคมไทยต้องเผชิญในวันนี้ ก็คือ เมื่อตกอยู่ในวิกฤตหนักหนาสาหัส เรามักจะนึกถึงผู้นำที่เก่งกาจสามารถในการบริหารจัดการ วิสัยทัศน์กว้างไกลระดับสากล และคนที่พร้อมจะมีไอเดียใหม่ๆ ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แบบพลิกโฉม

แล้วเมื่อนึกถึงผู้นำที่เข้ามาสู่อำนาจ ด้วยเหตุผล เพื่อหยุดความขัดแย้งแตกแยก ยุติสงครามระหว่างสี สงครามกลางเมือง

มาแล้วก็ควรรีบถอยกลับไป แต่กลับอยู่ยาวมาถึงยุคที่เกิดวิกฤตโรคระบาดและวิกฤตเศรษฐกิจ ก็เลยหงายหลังไปตามๆ กัน!!

ดังนั้นชาวนกหวีดจึงถูกตั้งคำถามว่า ไปเรียกเขามาเองมิใช่หรือ

เพราะเขายังอยู่ยาวมาจนบัดนี้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง

แต่การย้อนถามชาวนกหวีดดังกล่าว ไม่ควรเป็นการย้อนถามแบบเย้ยหยัน

ควรเป็นการย้อนถามเพื่อให้เรียนรู้บทเรียน ว่าการเรียกหารัฐประหารคือทำความเสียหายทุกอย่าง

การรัฐประหาร คือการทำให้คนอีกกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มอำนาจซึ่งเชื่อมโยงกับประชาชน ได้เข้าสู่อำนาจ

การล้มกระดานประชาธิปไตย คือการทำให้ประชาธิปไตยไม่พัฒนา ไม่ว่าจะอ้างเรื่องปฏิรูปการเมืองอย่างไร แต่การปฏิรูปผ่านอำนาจเผด็จการไม่มีทางเกิดขึ้นได้!

7 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำให้เห็นแล้วว่า วาทกรรมปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็แค่เกมแย่งชิงอำนาจ

เพราะการปฏิรูปการเมืองที่ดีที่สุด ก็คือการเดินหน้าประชาธิปไตย อย่าให้สะดุดอย่าให้ล้มคว่ำ

ช่วยกันยกระดับการเมืองไปสู่คุณภาพ ผ่านการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า เรียนรู้จากการเลือกครั้งแล้วครั้งเล่า!

ถ้าหากให้คนถือปืนเข้ามายึดอำนาจ ไม่มีทางที่จะสร้างประชาธิปไตยขึ้นมาได้

อีกทั้งถ้าการเมืองไม่ดี ไม่มีประชาธิปไตย เศรษฐกิจก็ไม่มีทางดีขึ้นเช่นกัน

ในโลกนี้ ถ้าประเทศไหนยังให้กองทัพแทรกแซงการเมืองได้ตลอดเวลา ประเทศนั้นไม่มีทางพัฒนา ไม่เจริญทางเศรษฐกิจ!?

วันนี้กลุ่มนกหวีดเริ่มออกมาเรียกร้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

ก็ควรนำเสนอให้เรียนรู้บทเรียนเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา

เพื่อยึดมั่นการเปลี่ยนแปลงภายใต้วิถีประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะยั่งยืนก้าวหน้าไม่วนกลับไปวงจร 7 ปีก่อนอีก!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน