คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
โดย…วงค์ ตาวัน
เดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นช่วงเปิดประชุมสมัยสามัญของสภาผู้แทนราษฎร กลายเป็นช่วงเวลาการเมืองที่จับตามองกันมากอีกครั้ง ด้วยกำลังเกิดความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างนายกรัฐมนตรีกับคนในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคสนับสนุนหลักของรัฐบาลเอง
จึงน่าสงสัยอย่างมากว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมสภาบ้างหรือไม่!?
อันดับแรกเลย ดังที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยชี้ไว้ว่า น่าเป็นห่วงก็คือองค์ประชุมสภาจะครบหรือไม่ จะมีสภาล่มบ่อยๆ หรือไม่
โดยมองว่าเนื่องจากเสถียรภาพของรัฐบาลอาจจะไม่มั่นคงนัก ในทางการเมืองจึงถือว่า เป็นสมัยประชุมสภาที่อันตราย
อันดับต่อมา การลงมติในกฎหมายสำคัญๆ จะโหวตกันแบบผ่านสบายๆ ได้หรือไม่
ความเป็นเอกภาพในหมู่ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเอง ยังหนักแน่นเหมือนเดิมขนาดไหน น่าคิดจริงๆ!
ระยะนี้จึงมักมีข่าวที่คนในรัฐบาลเอง หรือในพรรคพลังประชารัฐเอง ต้องออกมาตอบคำถามนักข่าวประเด็นเสียงโหวตในสภากันอย่างมาก
โดยพยายามยืนยันว่า ไม่มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน เน้นย้ำว่าเสียงโหวตของส.ส.พลังประชารัฐ ยังยกมือให้รัฐบาลเหมือนเดิม
แต่ก็นั่นแหละ ยิ่งออกมาพูดออกมาชี้แจง จะมีผลให้เกิดความเชื่อมั่นว่า ไม่มีปัญหาแน่ๆ ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองในสภาแน่ๆ
หรือยิ่งชี้แจง ก็ยิ่งสะท้อนถึงอุณหภูมิอันไม่ปกติ
พร้อมๆ กันมีข่าวจากในฟากรัฐบาลทำนองว่า กำลังคิดทางออก เพื่อความปลอดภัย
นั่นคือพยายามทำให้กฎหมายสำคัญๆ เข้าสู่ที่ประชุมร่วมของ 2 สภา เพื่ออิงเสียง 250 ส.ว.เอาไว้!!
เข้าทำนองอาศัยเสียงวุฒิสภามาช่วยค้ำยัน ปลอดภัยเอาไว้ก่อนอะไรทำนองนั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความตึงเครียดและความอึมครึมทางการเมืองขณะนี้ โดยมีจุดร้อนแรงอยู่ที่ปัญหาระหว่างรัฐบาลกับพรรคสนับสนุนรัฐบาล
ส่งผลให้การเปิดสมัยประชุมสภา กลายเป็นช่วงน่าวิตกกังวล
เดือนพฤศจิกายน จึงกลายเป็นเดือนร้อนทางการเมืองขึ้นมาอีก
ประธานวิป แกนนำพรรค จะกลายเป็นจุดจับจ้องอย่างมาก
ถ้าระหว่างนายกฯ กับพรรคพลังประชารัฐยังไม่อาจคลี่คลายบรรยากาศได้ คงจะยิ่งอึมครึมเข้าไปใหญ่
ขณะเดียวกันส.ส.และนักการเมืองจำนวนไม่น้อย เริ่มมองไกลไปกว่านั้น
คือการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ต้องมีแล้ว ประมาทไม่ได้แล้ว
ดังที่เปรียบกันว่า เล่นจ่อปืนใส่กันไปมา เดี๋ยวก็เกิดปืนลั่นขึ้นมาจนได้!
โดย วงค์ ตาวัน