คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
โดย – วงค์ ตาวัน
เมื่อซาอุฯยอมคืนดี เรียนรู้ผิดพลาดคดีในอดีต
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงยืนยันความสำเร็จในการเดินทางไปเยือนซาอุฯ อย่างเป็นทางการ ว่าสามารถฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ให้กลับคืนมาได้เป็นปกติแล้ว หลังจากที่ร้าวฉานมานานกว่า 30 ปี
ถือเป็นย่างก้าวแรกที่น่ายินดี คงจะนำมาซึ่งการร่วมมือ ทั้งด้านพลังงาน ด้านแรงงาน ด้านศาสนา ด้านการค้าและ การลงทุน ไปจนถึงการท่องเที่ยว
ส่วนจะดีมากน้อยขนาดไหน ต้องติดตามกันต่อไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีตที่เคยเป็นผลประโยชน์สำคัญ ของไทยเรา คือ ตลาดแรงงานที่คนงานไทยไปทำงานนับ แสนคน!
ยุคทองของแรงงานไทยในซาอุฯ จะฟื้นกลับมาได้ขนาดไหน น่าสนใจอย่างยิ่ง
แต่พร้อมๆ กัน ต้องทบทวนปัญหาที่ทำให้เกิดการสะบั้นความสัมพันธ์เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำรอยอีก ไม่ว่าจะปัญหาคดีฆ่าเจ้าหน้าที่ทูต 4 ศพ คดีอุ้มฆ่าเชื้อพระวงศ์ซาอุฯ และคดีเพชรซาอุฯ
เอาแค่คดีฆ่าเจ้าหน้าที่ทูต 4 ศพ ที่สะท้อนความผิดพลาดของตำรวจไทย
เริ่มจาก วันที่ 4 มกราคม 2532 มีคนร้ายลอบฆ่าเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุฯ ประจำไทย ขณะเดินอยู่ภายในซอยไม่ไกลจากสถานทูตมากนัก
คดีแรกคลี่คลายไม่ได้ ต่อมาอีก 1 ปี คือ 1 กุมภาพันธ์ 2533 เจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุฯ ถูกฆ่าอีก 3 ศพ ลงมือแบบเดียวกัน รวมเป็น 4 ศพ!!
ประเด็นผิดพลาดคือ ตำรวจมุ่งปมสังหารไปที่ความขัดแย้งธุรกิจแรงงานไทยไปซาอุฯ ซึ่งขณะนั้นเฟื่องฟูอย่างมาก
ทั้งที่คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 6.35 ซึ่งเป็นปืนขนาดเล็ก ใช้ในหมู่สายลับระหว่างประเทศ ต่างจากมือปืน ในไทยที่ใช้ปืนประเภท 9 ม.ม. 11 ม.ม.
ประเด็นปืน 6.35 ซึ่งเป็นปืนขนาดเล็ก การยิงจะต้องประชิดตัว ทำให้ตำรวจมุ่งข้อสงสัยไปที่คนในชาติเดียวกันหรือจาก ย่านตะวันออกกลาง
แต่ยังมุ่งประเด็นขัดแย้งธุรกิจแรงงานไทยไปซาอุฯ เป็นหลัก
ทำให้ตำรวจมุ่งข้อสงสัยไปยังนักธุรกิจซาอุฯ ที่ เดินทางมาไทยบ่อยๆ รายหนึ่ง
อีกทั้งที่พักอยู่ใกล้กับจุดสังหารเจ้าหน้าที่ทูต
ต่อมานักธุรกิจซาอุฯ รายนี้หายตัวไปลึกลับ มีการสืบสวนทราบว่า ถูกตำรวจนี่แหละ อุ้มตัวไปรีดข้อมูลแล้วผิดพลาดทำให้เสียชีวิต จึงต้องทำลายศพทิ้ง
นอกจากคลายคดีฆ่า 4 เจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุฯ ไม่ได้แล้วยังมีนักธุรกิจที่เป็นเชื้อพระวงศ์โดนอุ้มหายไปอีก
ทั้งหมดเพราะตั้งข้อสงสัยผิดทิศทาง และต่อมาคลี่คลายในภายหลังว่า เป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้าย ข้ามชาติฝ่ายตรงข้ามกับประเทศซาอุฯ
รวมทั้งขณะนั้นมีคดีสังหารเจ้าหน้าที่ทูตซาอุฯ เกิดขึ้นในหลายประเทศ
ยังดีที่กาลเวลาช่วยคลี่คลายปัญหา ทั้งที่ไทยเราไม่สามารถแก้ปัญหาเดิมๆ นั้นได้
เป็นบทเรียนให้เรียนรู้ว่าอย่าเดินผิดซ้ำอีก!!