หลังผ่านศึกอภิปรายตรวจสอบและเสนอแนะครม. แบบไม่มีการลงมติ 2 วัน 2 คืนไปเรียบร้อยแล้ว บรรดาแกนนำรัฐบาลพากันออกมายืนยันว่า เสถียรภาพรัฐบาลยังไปได้ดี รัฐบาลยังไป ต่อได้ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง
ทั้งที่เป็นการอภิปรายแบบไม่มีการโหวตลงมติ จึงไม่มีอะไรมาชี้วัดว่า เสถียรภาพรัฐบาลยังมั่นคง!
หลายคนก็บอกว่า รัฐบาลยังไปได้แน่นอน แต่อาจจะถึงแค่เดือนหน้ามีนาคม เพราะปลายพฤษภาคม จะเข้าสู่ช่วงการเปิดสมัยประชุมสามัญครั้งหน้า
จะมีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แบบลงมติ รออยู่อย่างแน่นอน
ถึงเวลานั้นค่อยมาคุยว่า เสถียรภาพยังดีหรือไม่ดี
เพราะถ้าปล่อยให้เปิดอภิปรายได้ ก็ต้องมาระทึกในตอนลงมติโหวตไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกฯ ตอนนั้นจะชี้วัดได้ว่า เสียงส.ส.รัฐบาลมีเพียงพอจริงหรือไม่!?
ดังนั้นผ่านการอภิปรายแบบไม่ลงมติมาได้ จึงไม่สามารถเอามาคุยโม้โอ้อวดอะไรได้
เอาไว้รอดูช่วงใกล้เปิดสมัยประชุมปลายเดือนพฤษภาคม จึงจะเป็นคำตอบของจริง
ถ้ามีการปรับครม. เพื่อดึงพรรคเศรษฐกิจไทย ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล นั่นแหละจึงจะไปต่อได้จริง
แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังนิ่งเฉย
ไม่ยอมเสียหน้า ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี ระดับพล.อ. จะมายอมร.อ.ได้อย่างไร!?!
ถ้าไม่มีการปรับครม. ไม่มีการเจรจาเพื่อดึงพรรค ธรรมนัสเข้าร่วมรัฐบาล อาจจะได้เห็นการชิงยุบสภา ก่อนถึงวันเปิดสมัยประชุมสภา
ดังนั้นแนวโน้มสถานการณ์การเมืองไทย ในยุคที่พรรครัฐบาลแตกกันเละเทะ
คะแนนนิยมจากชาวบ้านร่วงหล่นตกต่ำ
เพราะทุลักทุเลมาตลอดเรื่องวัคซีนโควิดและการฟื้นเศรษฐกิจ
ตามด้วยปัญหาสินค้าราคาแพง น้ำมันราคาทะลุไปไกล ค่าครองชีพพุ่งสูง
คงไม่มีประชาชนคนไทยที่ชอบของแพงน้ำมันแพงและยังรักรัฐบาลนี้ต่อไปกระมัง!?
เอาเป็นว่า ชะตากรรมรัฐบาลนี้จะเห็นกันภายในเดือนสองเดือนหน้า คือ ไม่ปรับครม.ก็ต้องยุบสภา
นี่ยังไม่ต้องพูดไกลไปถึงเดือนสิงหาคม ที่จะถึงเส้นตายระทึกหนัก
ตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี
เอาแค่สถานการณ์เดือนพฤษภาคมนี้ เอาให้ผ่านก่อนแล้วกัน!
วงค์ ตาวัน