ในยุคที่สื่อโซเชี่ยลเป็นช่องทางสำคัญของประชาชนในการแสดงออก เรียกร้อง กดดัน ตรวจสอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิทธิเสรีภาพของคนในสังคม
ที่แน่ ๆ รัฐไม่สามารถควบคุมหรือปิดกั้นข่าวสารได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป เมื่อประชาชนมีเครื่องมือและ ช่องทางอิสระของตนเอง!
ในทุกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ หรือคดีใหญ่ ๆ สื่อโซเชี่ยลมักเข้ามามีบทบาทอย่างสูง ก่อกระแสทางสังคมอย่างทรงพลัง เพียงแต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่า สิ่งที่นักสืบโซเชี่ยลขุดคุ้ย ค้นพบ นำมาสู่ข้อสงสัย ข้อสังเกตทางคดี เป็นเรื่องที่ดีแน่นอน
แต่การสืบค้นทางเน็ต ก็ไม่ใช่คำตอบที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เพราะไม่สามารถเข้าถึงพยานหลักฐานได้อย่างชัดเจน ไม่ได้ตรวจพิสูจน์เบาะแสนั้นอย่างจริงจัง!!
ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงทุกพยานหลักฐาน ได้พิสูจน์หรือตรวจสอบอย่างเป็นระบบเป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อตำรวจ ได้ข้อสรุปทางคดีออกมา หากไม่ตรงใจหรือไม่รับกับกระแสทางโซเชี่ยล ก็ควรทำใจให้นิ่ง เปิดกว้าง แล้วรับฟังว่าข้อสรุปทางคดีของตำรวจ ที่ไม่ได้เป็นไปตามกระแสสังคมนั้น มีคำอธิบายที่หนักแน่น มีพยานหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์รองรับเพียงพอหรือไม่!?
แม้ว่าสังคมมีแนวโน้มจะไม่เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย หลายคดีระบบอภิสิทธิ์อิทธิพลก็เข้ามาแทรกแซงได้จริง การทำงานของตำรวจจึงต้องถูกสังคมตรวจสอบอย่าง เข้มข้น การขุดคุ้ยของนักสืบโซเชี่ยล มีผลดีช่วยกดดันให้ตำรวจต้องทำงานอย่างครบถ้วนรอบด้าน
แต่เมื่อถึงบทสรุปของคดี ภายใต้กระบวนการสืบสวนสอบสวนตรวจสอบพยานหลักฐาน ที่ตำรวจมีอำนาจหน้าที่สามารถเข้าถึงทุกสิ่งอย่าง มีเครื่องไม้เครื่องมือที่หน่วยงานมาตรฐานที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ประชาชนต้องทำใจเปิดกว้าง รับฟังบทสรุปคดีของตำรวจ
โดยต้องยอมรับว่า กระบวนการของตำรวจทำได้รอบด้านกว่านักสืบโซเชี่ยลแน่นอน!
เพียงแต่ ฟังบทสรุปทางคดีของตำรวจ โดยชั่งน้ำหนัก คำอธิบายและพยานหลักฐานที่ตำรวจนำมารองรับ ว่ามีน้ำหนักชัดเจนเพียงพอจริงหรือไม่ อย่าเอากระแสสังคมมาตัดสินล่วงหน้า
ถ้าฟังอย่างใจกว้าง พบว่าบทสรุปทางคดีของตำรวจนั้น ไม่ตรงใจ แต่มีพยานหลักฐานสามารถอธิบายได้ ก็ต้องยอมรับ ยกเว้นว่า ฟังแล้วมั่วซั่ว คำอธิบายของตำรวจไม่มีน้ำหนักรองรับเพียงพอ นั่นก็ต้องกระหน่ำให้คดีเกิดความถูกต้องเป็นธรรมให้ได้
ถ้าย้อนไปคดีใหญ่ก่อนหน้านี้ คือ คดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวที่ เกาะเต่า ซึ่งนักสืบโซเชี่ยลทำหน้าที่จนเกิดกระแสสังคมอันร้อนแรง บทสรุปคดีของตำรวจ ไม่ตรงใจของคนในสังคม แต่สุดท้ายคดีนี้ศาลมีคำพิพากษา 3 ศาล ว่าคนที่ตำรวจจับกุมนั้นผิดจริง โดยมีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ให้ศาลเห็นจนน่าเชื่อถือ! วันนี้คดีดาราสาวแตงโม อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ขณะที่กระแสสังคมเดินหน้าไปไกลมาก
บทสรุปทางคดีของตำรวจ จะตรงหรือไม่ตรงใจ ก็ต้องมีพยานหลักฐานรองรับที่หนักแน่นอย่าง มากๆ!! วงค์ ตาวัน