ปัญหาของคดีแตงโมข้อหนึ่งคือ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกล้องวงจรปิดที่เห็นภาพเหตุการณ์บนเรือได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงเวลามืดค่ำ และเกิดเหตุกลางแม่น้ำ อันกว้างใหญ่
ดังนั้น คนที่จะบอกเล่าข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียง 5 คนบนสปีดโบ๊ตเท่านั้น!!
รวมกับผลการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ผลการพิสูจน์สภาพศพผู้เสียชีวิต ที่จะพิสูจน์ว่าให้การจริงหรือเท็จ
ที่แน่ๆ การตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยเฉพาะการตรวจคราบโลหิตบนเรือ เจ้าหน้าที่ทำอย่างละเอียดครบถ้วนหมดแล้ว ชัดว่าไม่มีร่องรอยเลือด แสดงว่าไม่มีการทุบตีทำร้ายร่างกาย
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่านาทีพลัดตกจากเรือ เกิดอะไรขึ้น ตามคำให้การของคนบนเรือระบุว่า นายโรเบิร์ตหัดขับเรือ จึงเกิดกระชาก จนแตงโมที่ยืนอยู่ท้ายเรือเสียหลักร่วงลงไป
คำให้การนี้ จะไม่ข้อสงสัยใดๆ เลย ถ้าคนทั้ง 5 ไม่มีพฤติกรรมที่สังคมเห็นว่ามีพิรุธในคืนเกิดเหตุ!?
คนในสังคมสงสัยว่า ทำไมไม่อยู่รอดูเหตุการณ์ในที่ เกิดเหตุตลอดทั้งคืน การหลบหน้าไป ต้องมีการกลบเกลื่อนอะไร
คราวนี้กระแสทวงความเป็นธรรมให้แตงโมจึงร้อนแรง และไปไกลอย่างมาก
จนเชื่ออย่างแน่นอนกันแล้วว่าต้องเป็นการฆาตกรรม แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานอะไรมารองรับเลย มูลเหตุการฆ่าก็ยังไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ!!
ภาพจากวงจรปิดที่ไม่มีความชัดเจนอะไรเลย แต่ก็สามารถนำมาวิเคราะห์ตามความเชื่อในใจ จนไปไกลมาก
เพราะจุดเริ่มต้นคือ พฤติกรรมที่ทั่วทั้งสังคมมองว่าลับๆ ล่อๆ ของคนบนเรือทั้ง 5
จากนี้ไปบางคนต้องตกเป็นจำเลยในคดี แต่ทั้ง 5 ไม่พ้นเป็นจำเลยทางสังคม ต้องโดนสังคมพิพากษาตัดสินกันถ้วนหน้า
จำเลยทางสังคมนั้น อาจจะหนักหนากว่า ทางคดีความด้วยซ้ำ
จึงเกิดคำถามว่า มาถึงบัดนี้แล้ว ยอมไปให้การกับตำรวจอย่างละเอียดหมดแล้ว
ทำไม ไม่ยอมออกมาบอกเล่าความจริงของเหตุการณ์ในคืนนั้น ต่อสาธารณะ แถลงกันพร้อมหน้าทั้ง 5 คน!
อธิบายว่า คืนนั้นกลัวอะไร กลัวเรื่องดื่มไวน์เมาหนักมาก หรือมีอะไรอีก
จะเป็นการย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดในจุดเริ่มต้นได้ดีที่สุด
ยิ่งถ้ามั่นใจว่า ไม่มีใครทำร้ายแตงโม ไม่มีใครทำให้แตงโมตกลงไปในน้ำ
เรื่องทั้งหมดอาจจะไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่มีการกระทำที่ ถูกมองจากสังคมว่าพิรุธ
เหล่านี้ สามารถใช้การเปิดเผยตรงไปตรงมา เข้ามาคลี่คลายปัญหาได้
ก่อนที่กระแสสังคมกระแสโซเชี่ยล จะเดินไปไกลจนกู่ไม่กลับ!!
วงค์ ตาวัน