ปัญหาน้ำมันแพงด้วยพิษสงคราม สร้างผลกระทบ ต่อประชาชนคนไทยอย่างสาหัส เนื่องจากเศรษฐกิจเรา ไม่ดีมาหลายปี เพราะมีรัฐบาลที่เก่ง
แต่การทหาร ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
ยิ่งเจอโควิดมา 2 ปีเศษ ธุรกิจปิดตาย รายได้ไม่พอใช้ มีน้ำมันแพงมากระหน่ำซ้ำเติมขนาดนี้ จะอยู่กันอย่างไร
ครั้นจะหวังพึ่งรัฐบาลก็น่าจะยาก ต้องมีผู้นำ วิสัยทัศน์เท่าทันโลก จึงจะพลิกเศรษฐกิจให้กลับมาเร็วได้
อย่างในวิกฤตน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าจะเพิ่มพรวด ฟัง คำแนะนำแต่ละเรื่อง ก็ล้วนแล้วแต่เรื่องพื้นๆ ทั้งสิ้น
ใช้รถเท่าที่จำเป็น เปิดแอร์ 27 องศา ล้างแอร์ทุก 6 เดือน
แทนที่จะมีไอเดียระดับสร้างความหวังให้ทั้งประเทศชาติ เช่น ตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้ว ควรประกาศส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า โดยรัฐบาล เป็นเจ้าภาพ อะไรแบบนี้!
หลายปีมาแล้วที่รัฐบาลหลายประเทศเดินหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์อีวี จนกลายเป็นฐานการผลิตใหญ่
คนในประเทศได้ใช้รถประหยัดพลังงานและลดปัญหาฝุ่นควันพิษอย่างได้ผล
พอมาเจอสงครามรัสเซียบุกยูเครน ทำราคาน้ำมันพุ่งทะยาน มีแต่คนในประเทศที่รัฐบาลคิดไม่ทันอย่างบ้านเรานี่แหละ ที่ต้องน้ำตารินหน้าปั๊มน้ำมันกันเป็นทิวแถว
ก็ได้แต่มาใช้รถสาธารณะสุ่มเสี่ยงโอมิครอน แล้วกลับบ้านเปิดแอร์ 27 องศา พร้อมกับล้างแอร์ตามเวลา
ที่ตามมายังมีอาหารแพง ไข่ไก่แพง ก็ต้องเลี้ยงไก่ ที่บ้าน 2 ตัว รอให้โตเพื่อกินไข่ อะไรแบบนี้!!
แถมพูดให้ชาวบ้านใช้รถเท่าที่จำเป็น แต่ครม.ยังนั่งรถหรู มีขบวนนำขบวนตาม
ให้ชาวบ้านกินไข่ แต่รัฐบาลจัดปาร์ตี้ในสโมสรสนามกอล์ฟ เพื่อแก้เกมการเมืองในสภา
พูดไปพูดมายิ่งเข้าตัวท่านนายกรัฐมนตรี
เกิดคำถามเปรียบเทียบทันที การอยู่บ้านหลวงในค่ายทหาร จะได้รู้หรือไม่ว่า ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มแต่ละทีนั้น ประชาชนกระอักขนาดไหน!?
ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำประปา ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลาง ค่าผ่อนรถ
แม้แต่ชาวนา ไม่มีรถขับ บ้านไม่ติดแอร์ แต่เครื่องสูบน้ำเข้านาก็ต้องเจอภาวะน้ำมันแพง
อะไรต่อมิอะไรมากมาย บางคนอาจไม่รู้จักเลย เพราะอยู่ฟรีมาตลอดชีวิต
อีกทั้ง ไม่ใช่แค่ปัญหาว่ารู้หรือไม่รู้ ในภาระการอยู่กินของประชาชน
แต่ยังเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำไมกลุ่มข้าราชการบางกลุ่ม จึงสามารถอยู่บ้านหลวงได้ตลอดกาล
ประชาชนนั้นประหยัดรัดเข็มขัดจนเอวแทบขาดมาหลายปีแล้ว แต่ควรได้รัฐบาลที่มีความหวังมีวิสัยทัศน์พลิกฟื้นความเป็นอยู่ด้วย!
วงค์ ตาวัน