ปกติการคลี่คลายคดีหลายๆ คดี มักอาศัยพยาน หลักฐานสำคัญคือ ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งในช่วงหลายปีมานี้ กล้องวงจรปิดเป็นที่นิยม ติดกันมากมายไปทั่วทุกจุดทุกมุมถนนและทุกอาคาร ทั้งของตำรวจเอง ของราชการเอง และของเอกชน
เป็นเหมือนสายตาที่จับจ้องอยู่ทั่วทุกมุม และเก็บภาพบันทึกเอาไว้ตลอดทั้งวันทั้งคืน
เกิดเหตุอะไรขึ้นมา ไปเปิดย้อน ไปไล่กล้องตาม เส้นทางต่างๆ มักไขคำตอบ เห็นตัวคนก่อเหตุ เห็นเส้นทางไปกลับได้ครบถ้วน
กล้องวงจรปิดจึงเป็นทีเด็ดในการไขคดีในยุคปัจจุบัน
ยกเว้นคดีดาราสาวแตงโม ที่จนบัดนี้ยังไม่พบกล้องวงจรปิดที่เห็นข้อเท็จจริงอะไรได้มากมาย
มีแต่ภาพมืดๆ มัวๆ แล้วเอามาคิดวิเคราะห์ผูกโยงเรื่องไปตามความเชื่อของแต่ละฝ่าย จนเป็นส่วนหนึ่งทำให้เรื่องราวบานปลายไปเรื่อย!
เป็นเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมาช่วงดึกดื่น เกิดกลางแม่น้ำเจ้าพระยาอันกว้างใหญ่
เป็นเรื่องยากที่จะมีกล้องวงจรปิดมุมไหน ที่สามารถบันทึกภาพบนเรือสปีดโบ๊ตได้อย่างชัดแจ้ง
ภาพวงจรปิดในเหตุการณ์คดีแตงโม จึงไม่สามารถช่วยไขคดีนี้ได้ เพราะความไกลและขาดแสงสว่างเพียงพอ
แต่กลายเป็นว่า มีการนำภาพที่เห็นเรือแล่นกลางน้ำ เห็นคนบนเรือเป็นเงาดำๆ แล้วมาคิดจินตนาการกันเอง
จนมีทั้งการกระชากผม การตีหัว ไปจนถึงการว่ายน้ำ เห็นขอนไม้กลายเป็นแตงโม!?!
ในแง่ตำรวจเอง มีภาพจากกล้องวงจรปิดมากมาย แต่ไม่มีภาพที่ใกล้พอหรือมีแสงสว่างเพียงพอ
จึงไม่ถือเป็นพยานหลักฐานที่อธิบายอะไรได้
อีกทั้งที่จินตนาการกันจากภาพในคลิปมัวๆ ว่ากำลังทำร้ายกันบ้าง ทะเลาะวิวาทกันบ้าง
เมื่อการตรวจพยานหลักฐานบนเรือทุกมุม ไม่มีรอยเลือด สภาพศพไม่มีการถูกทุบตีทำร้าย ไม่มีรอยบอบช้ำ ก็ให้คำตอบได้ระดับหนึ่ง
แม้แต่บาดแผลที่ขา อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าโดนอะไร แต่ทางการแพทย์ชี้ได้ว่า ไม่ใช่บาดแผลที่เป็นเหตุทำให้ตาย
คดีแตงโม ซึ่งเกิดเหตุกลางดึก กลางแม่น้ำ จึงเป็นคดีที่กล้องวงจรปิดไม่ใช่ทีเด็ด
แต่ก็มีการตรวจสอบพยานหลักฐานอื่นๆ อีกหลายๆ อย่าง เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปคดี
คงต้องรอฟังการสรุปรูปคดีในเร็วๆ นี้
ต้องรอฟังว่าตำรวจสามารถอธิบายได้ทุกมุม มีพยานหลักฐานรองรับเป็นวิทยาศาสตร์เพียงพอหรือไม่
แม้ว่ากระแสสังคมส่วนใหญ่ตัดสินล่วงหน้าไปไกลแล้ว!!
วงค์ ตาวัน