เรียกกันว่า เป็นคำพิพากษาประหารชีวิตทางการเมือง

ใหม่ๆ ก็นำมาซึ่งเสียงเฮอย่างดีใจ พร้อมกับเสียงตกใจจากอีกฝ่าย

แต่สุดท้ายพอตั้งสติกันได้ ก็เริ่มตั้งประเด็นสงสัยว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เอาประเด็นมาตรฐานทางจริยธรรม มาให้องค์กรอิสระและศาล เป็นผู้ตัดสินนักการเมืองในข้อหาแบบนี้กันเลยหรือ

คำพิพากษาของศาล เป็นสิ่งที่ต้องเคารพ และศาล ก็ทำไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ

จุดสำคัญก็คือรัฐธรรมนูญนี่แหละ ที่เขียนในยุครัฐประหาร และมุ่งกดข่มนักการเมืองอย่างชัดแจ้ง!

ทั้งที่นักการเมือง คือผู้ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน สิทธิในการควบคุมหรือตัดสินว่าประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมดีพอหรือไม่

ควรให้ประชาชนผู้เลือกเข้ามา เป็นผู้ตัดสินเองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่สำคัญ การตัดสิทธิ์ลงเล่นการเมืองตลอดชีวิตนั้น เป็นประเด็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย!

ดังนั้น คดีของน.ส.ปารีณา กลายเป็นประเด็นที่เกิดการถกเถียงตามมามากมาย

เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับความชังหรือชอบตัวบุคคล แต่เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญที่เขียนในยุครัฐประหาร

การสร้างกระแสคนดี มีศีลธรรม มีจริยธรรม เกลียด การโกง

เป็นเรื่องที่พูดง่าย ปั่นง่าย และมีคนเชื่อกันง่าย

แต่ต้องมองด้วยว่า การเอาประเด็นจริยธรรมมาใช้เฉพาะกับนักการเมือง โดยลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตทางการเมืองเลยนั้น

เป็นการมุ่งมัดมือเท้านักการเมือง ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอเป็นสำคัญ!

ส่งเสริมการเมืองแบบประชาธิปไตยครึ่งๆ กลางๆ ตามเป้าหมายของฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ตั้งแต่ ก่อม็อบปูทางรัฐประหารเมื่อปี 2557

ส่วนผลที่ตามมาอีกประการจากนี้ ก็คือ การเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนน.ส.ปารีณา

แน่นอนว่าพรรคพลังประชารัฐจะต้องรักษาเก้าอี้นี้ ไว้ให้ได้

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่เกรงอกเกรงใจอะไรกันอีกแล้ว

ผลการเลือกตั้งซ่อมสนามนี้น่าสนใจ

จะกลายเป็นสนามบ่งบอกกระแสขาลงของอำนาจ 3 ป.อีกหรือไม่!?

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน