ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่เทศกาลสงกรานต์ยังอยู่ในภาวะ ไม่ปกติ อันเนื่องจากการระบาดของโควิด ยังต้องเคร่งครัดในมาตรการต่างๆ ยังต้องทิ้งระยะห่าง ต้องใส่แมสก์ตลอด ล้างมือพ่นแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ ที่สำคัญสุด การเฉลิมฉลองถ้างดได้ก็ควรงด ถ้างดไม่ได้ ต้องไม่ดื่มใกล้ชิดกัน แก้วใครแก้วมัน คุยกันบ้างแบบห่างๆ หน่อย อยู่กันคนละมุม
อาหารการกิน กับแกล้มในวงดื่ม อย่าประมาทเป็น อันขาด แยกจานแยกช้อน
ไม่เช่นนั้นแล้ว สนุกสนานกับสงกรานต์เสร็จ จะหมดสนุก หากติดเชื้อต้องเข้ารักษาตัว
ต้องเตือนสติตัวเองไว้ให้ดี สนุกแต่พอประมาณ คอยระมัดระวังให้ตัวเองปลอดพ้นจากโควิดด้วย
หวังว่าผ่านพ้นเทศกาลนี้ไปแล้ว จะไม่เป็นดังที่วงการแพทย์เขาห่วงใย
คือจะเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ตัวเลขคนป่วยจะพุ่งกระฉูด!
ต้องเน้นย้ำว่า เป็นสงกรานต์อีกปีที่โควิดยังแพร่ระบาดรุนแรง จึงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดต่อไป
ยังสนุกสนานกันสุดเหวี่ยงไม่ได้
ยังเป็นสงกรานต์ที่ยังสนุกแค่พอประมาณ เหมือนกับปีใหม่ที่ผ่านมา
ไม่แค่ยังอยู่ในวิกฤตโควิดเท่านั้น แต่ยังอยู่ในช่วงวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันพุ่งแพง
ส่วนใหญ่หมดค่าใช้จ่ายไปกับการเติมน้ำมันรถ ในการเดินทาง ดังนั้นการเฉลิมฉลองจึงต้องกระเหม็ดกระแหม่กันเป็นพิเศษ!
เอาเป็นว่าต้องเป็นสงกรานต์ที่พอประมาณ เพราะเจอ ทั้งโควิดและทั้งภาวะเศรษฐกิจจากน้ำมันมหาโหด
แถมเมื่อพูดถึงราคาน้ำมันแล้วยิ่งเจ็บใจ
เป็นช่วงเทศกาลใหญ่ของประชาชนคนไทยทั้งที แต่รัฐบาลไม่เข้าใจความรู้สึกของประชาชน!?
แทนที่จะงัดทุกกลเม็ดเพื่อลดราคาน้ำมันลงให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับคนไทยในเทศกาลปีใหม่ไทย
ไม่เข้าใจหรือว่า คนส่วนใหญ่ต้องกลับภูมิลำเนา ต้องกลับบ้าน ไปกราบไหว้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ ไปพบปะ ลูกหลาน
กำหนดให้เป็นวันผู้สูงอายุ เป็นวันครอบครัว แต่ประชาชนจะขับรถราเดินทางกลับไปพบผู้สูงวัย พบครอบครัว ต้องไปยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าปั๊ม!!
แล้วอย่ามาอ้างว่า ถ้าขืนไปลดราคาน้ำมันลงฮวบฮาบ จะทำให้คนไทยผลาญน้ำมันกันฟุ่มเฟือย ซึ่งเป็นไปไม่ได้
เศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่พอใช้ ล้วนแต่ต้องระมัดระวังค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
สงกรานต์ปีนี้ คนไทยเราจึงต้องหนักทั้งโควิดและทั้งราคาน้ำมัน
โดยที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยอะไรเราได้เลยในสงกรานต์นี้!?!
วงค์ ตาวัน