วันก่อนที่มีการจัดงานรำลึก 12 ปีเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของการใช้กำลังทหารพร้อมกระสุนจริง ปะทะกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง จนเริ่มล้มตาย ก่อนยืดเยื้อต่อไปจนลงเอยตายไป 99 ศพ
มีบางรายออกมาขวางทันที ด้วยถ้อยคำประเภท “อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ” เรื่องผ่านไปแล้วจะเอามาพูดให้ขัดแย้งแตกแยกอีกทำไม
อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บนั้น ความหมายคือ อย่าเอาเรื่องที่จบไปแล้ว คุ้ยมาสร้างประเด็นอีกเพื่อให้เกิดปัญหา อย่าเอาแค่เรื่องเล็กๆ ที่จบไปนานแล้ว มาขยายใหญ่อีก
แต่คนตาย 99 ศพ กลางเมืองหลวง ด้วยกระสุนจริง ที่ยิงจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จบหรือสงบไปแล้วแน่ๆ
ยังไม่มีความเป็นธรรม มีคดีที่ค้างคาเอาขึ้นพิสูจน์ความจริงในศาลไม่ได้ เพราะฝ่ายผู้มีอำนาจนั่นแหละ ใช้ประเด็นทางกฎหมาย มาทำให้ตกไปจากกระบวนการ
99 ศพ จึงต้องพูดกันต่อไป ไม่ใช่การฟื้นฝอยหาตะเข็บ!!
อีกอย่าง สำนวนเก่าแก่ “อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ” สะท้อนลักษณะของสังคมไทยๆ ที่มักกล่าวกันว่า เป็นสังคมประนีประนอมรอมชอม
ชอบหยวนๆ ยอมๆ กันไป จนทำให้ปัญหาถูกหมักหมม
แล้วเอาเข้าจริงๆ ผู้มีอำนาจไม่เคยประนี ประนอมกับประชาชน ฆ่าหมู่กลางถนนมากี่เหตุการณ์ ในปี 2553 ก็ตายร่วมร้อย!
พอปราบปรามจนประชาชนล้มตาย ก็ไม่เคยเป็นคดี ก็เลยฆ่าซ้ำอีกไม่สิ้นสุด
พอประชาชนลุกขึ้นทวงถามความยุติธรรม เรียกหาความจริง ก็งัดสำนวน อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บมาใช้ เพื่อปกปิดกลบเกลื่อน!!
การชุมนุมของเสื้อแดงในปี 2553 นั้น คือเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เรียกร้องแบบนักประชาธิปไตยแท้ๆ
ถ้ามีจิตใจประนีประนอมกับประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงจริง ก็ไม่ควรมีการใช้ทหารพร้อมกระสุนจริง
อ้างว่ามีชายชุดดำออกมายิงใส่ทหาร เลยต้องป้องกันตัวเอง แต่ที่ตายไปเกือบร้อยนั้น ไม่มีอาวุธในมือ ไม่มีคราบเขม่าในมือแม้แต่ศพเดียว
แต่รัฐไม่เคยรับผิดชอบ แล้วใช้วิธีปกปิด!
ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คดีขึ้นพิสูจน์ความจริงในศาล ตามด้วยคาถา อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ เพื่อกลบเกลื่อน ซุกใต้พรม
ปัญหารัฐปราบประชาชนจนล้มตาย แต่ไม่เคยสอบสวนหาความจริง ก็เลยเกิดซ้ำอีกหลายหน
ในหลายประเทศที่เจริญแล้ว เขาต้องทำทุกเหตุการณ์ให้ได้ความจริง มีสอบสวนมีบทสรุป
ทำพิพิธภัณฑ์เน้นย้ำ เพื่อให้ทุกคนตระหนัก เรียนรู้ ไม่ทำซ้ำ
ขณะที่ไทยเรา ตั้งแต่เหตุฆ่าประชาชนปี 2516 ปี 2519 ปี 2535 กลบเกลื่อนเอาไว้ ไม่เคยสะสาง จนมาเกิดซ้ำอีก 99 ศพ
ถ้ายังท่องคาถาอย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ อนาคตต้องมีประชาชนถูกปราบปรามล้มตายอีก!?!
วงค์ ตาวัน