ความอลหม่านที่เกิดขึ้นในพรรคเศรษฐกิจไทยนั้น น่าจะเชื่อมโยงกับกระแสข่าวที่ว่า มีความพยายามจากผู้นำพรรคพลังประชารัฐ ในการเจรจาเกลี้ยกล่อม ขอให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำคณะส.ส.ที่แยกออกไปตั้งพรรคใหม่ ให้กลับมาอยู่พลังประชารัฐอีกครั้ง

เพื่อหวังสร้างเอกภาพของพรรคหลักรัฐบาล ก่อนจะต้องฝ่าวิกฤตในสภา ทั้งการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณ และการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แต่สุดท้ายมีคำยืนยันจากร.อ.ธรรมนัสคือ จะไม่กลับคืนพลังประชารัฐอย่างแน่นอน

เท่ากับพรรคเศรษฐกิจไทย จะเดินหน้าต่อไป ตามวิถีทางของตัวเอง คือ เป็นพรรคอิสระ

จะตัดสินใจเป็นกรณีๆ ไปว่าจะโหวตให้รัฐบาลหรือโหวตร่วมกับฝ่ายค้าน

แบบนี้คงทำให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มรู้สึกหนาว!?!

สถานการณ์อันไม่แน่นอน สำหรับเสียงสนับสนุนรัฐบาลในสภา วนกลับมาสู่จุดเดิมอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ที่มั่นอกมั่นใจกันมากว่า ยังมีเสียงส.ส.เกิน 250 นั้น ยังแน่นอนอยู่หรือไม่

แม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐเอง คงต้องตรวจสอบกันให้ดี เพราะเริ่มมีกระแสส.ส.ลำบากใจกับผลงานรัฐบาลและพิษเศรษฐกิจ!?

ส่วนหนึ่งผลสะเทือนจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก. ที่ชัยชนะเป็นของฝ่ายค้าน

ทำให้เกิดคำถามว่า เพราะความเบื่อหน่ายในรัฐบาล ส่งผลต่อการเลือกตั้งล่าสุดดังกล่าว ใช่หรือไม่!

เชื่อกันว่า การเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ว่าฯ กทม.อย่างถล่มทลาย และเลือก 20 ส.ก.พรรคเพื่อไทย 14 ส.ก.พรรคก้าวไกล

เป็นการชี้วัดเรตติ้งนายกฯ และเรตติ้งรัฐบาลอย่างชัดเจน

เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงอย่างมากจากพิษน้ำมันแพง โดยรัฐบาลไม่มีทีท่าจะแก้ไขได้ คือเรื่องใหญ่!

จึงเกิดข้อถกเถียงในพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นพรรคหลักของรัฐบาล แต่กลับไม่มีส่วนในนโยบายเศรษฐกิจแต่อย่างใด

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน เป็นกระทรวงของนายกฯ และพรรคร่วมอื่น

แต่ส.ส.พลังประชารัฐ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านมากมาย ด้วยเป็นพรรคหลักรัฐบาล

โดยที่พรรคหลัก ไม่มีอำนาจหน้าที่ หรือไม่สามารถผลักดันการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย

พลังประชารัฐเป็นพรรคหลักสนับสนุนนายกฯ แต่นายกฯ ไม่ใช่คนของพลังประชารัฐ

รองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ก็ไม่มีอำนาจหน้าที่ด้านหลัก

คำถามเหล่านี้เริ่มกระหึ่มในหมู่ส.ส.พลังประชารัฐ!?!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน