แฟนๆ ของพี่โทนี่ในคลับเฮาส์นั้น มีอยู่มากมายไม่น้อย ถือเป็นการพูดคุยสนทนาที่มีคนไทยติดตามชมติดตามฟังกันงอมแงม โดยเมื่อไม่นานมานี้ พี่โทนี่เล่าถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ถูกไล่ล่าลอบสังหาร ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กรณีคาร์บอมบ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2549
พี่โทนี่บอกเล่าเบื้องหลังหวิดถูกคาร์บอมบ์ถล่มที่ใต้สะพานซังฮี้เช่นไร ก็คงหาฟังกันได้
แต่นึกถึงประเด็นเรื่องนี้ ในแง่การสร้างกระแสเพื่อบิดเบือนเหตุการณ์ของฝ่ายตรงข้ามพี่โทนี่ อันเป็นกลยุทธ์ที่สังคมไทยน่าจะได้เรียนรู้
มีการปั่นกระแสว่า เป็นการสร้างเรื่องของโทนี่หรือทักษิณ ซึ่งขณะนั้นโดนโหมโจมตีจากขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างหนักหน่วง
เป็นช่วงที่ทักษิณอยู่ในภาวะกระแสตกต่ำอย่างมาก
พอมีคนมาปั่นว่านี่ไม่ใช่คาร์บอมบ์ เป็นแค่การจัดฉากเพื่อเรียกคะแนนสงสาร จริงๆ คือคาร์บ๊องมากกว่า!?!
ความที่กระแสโจมตีทักษิณเป็นทุนสามานย์กำลังพุ่งสูงในขณะนั้น คนเริ่มเกลียดชังทักษิณกันมาก
พอหยิบคำว่าแค่จัดฉากเพื่อเรียกคะแนนนิยมที่เริ่มทรุดต่ำให้กลับมา คนก็เชื่อตามนั้น
เชื่อกันไปทั่วว่าคือคาร์บ๊อง ไม่ใช่คาร์บอมบ์
ความจริงถ้าสังคมไทย ใช้ความนิ่งในการมองทุกปัญหา เราจะหาคำตอบของเหตุการณ์นี้ไม่ยาก
เพราะถ้าทักษิณจัดฉากสร้างเรื่อง จะต้องมีแค่รถคันหนึ่งไปจอดอยู่ใต้ซังฮี้ แล้วมาตรวจสอบพบระเบิดติดตั้งอยู่
แต่เหตุการณ์นั้น มีการจับกุมรถติดตั้งระเบิดพร้อมผู้ต้องหา เป็นนายทหารยศร้อยเอกด้วย!
ร้อยเอกคนนี้ตรวจสอบได้ไม่ยาก เป็นลูกน้องใคร สายไหน ไม่ใช่คนของทักษิณแน่ๆ จากร้อยเอกคนนี้ ตำรวจยังตามจับทหารได้อีกหลายราย เป็นนายพลก็มี
หลังจากเกิดคาร์บอมบ์ดังกล่าวไม่นาน เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ล้มทักษิณเรียบร้อย
แต่คดีนี้ก็ไม่ล้ม!!
ถ้าไม่มีมูล ถ้าทักษิณมั่วขึ้นมาเอง คดีต้องล้มไปทันทีเมื่อทหารฝ่ายโค่นทักษิณยึดอำนาจแล้ว
คดียังดำเนินไป จนมีคำพิพากษาลงโทษทหารบางราย เพียงแค่ยกฟ้องข้อหาลอบสังหาร ลงโทษในข้อหาเรื่องการนำพาระเบิดเข้ามาในเมือง
แต่ก็ถือว่ามีคดีจริง มีมูลและมีการลงโทษจริง
แต่สังคมไทย เจอนักจิตวิทยาการเมือง นักจิตวิทยาฝูงชน โหมสร้างกระแส พูดแรงๆ เสียงดังๆ คนก็หลงตาม หลงว่าเป็นคาร์บ๊อง
ท่วงทำนองแบบนี้ ในยุคโซเชี่ยลครองเมือง ทำแบบนี้ก็มาก
คดีดังๆ ในสังคมไทยวันนี้ ก็เจอนักจิตวิทยามวลชนเคลื่อนไหวแบบนี้แหละ!
วงค์ ตาวัน