เหตุการณ์ช็อกโลก ลอบสังหารนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยังต้องรอความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีของตำรวจญี่ปุ่นกันต่อไป ด้วยเป็นเรื่องเกินคาดคิด เพราะเป็นประเทศที่ควบคุมอาวุธปืน คุมอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเมืองญี่ปุ่นเป็นประชาธิปไตยเปิดกว้าง ไม่มีการผูกขาดอำนาจ ไม่มีการใช้ความรุนแรงเข่นฆ่ากัน
ทั้งนี้พฤติกรรมคนร้าย เป็นลักษณะลงมือคนเดียว ในการสอบสวนได้อ้างเหตุเพราะเชื่อเอาเองว่านายอาเบะไปเกี่ยวข้องกับองค์กรด้านศาสนา ซึ่งทำให้ครอบครัวล้มละลายเพราะทุ่มเทบริจาคเงิน
ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งไปเกี่ยวกับปมการเมือง
แต่แน่นอน ผลสะเทือนที่มาถึงบ้านเราก็คือ เจ้าหน้าที่ต้องขบคิดเรื่องแผนอารักขาผู้นำรัฐบาลมากขึ้น
เพราะการเมืองไทยมีความขัดแย้งรุนแรง แถมผู้นำรัฐบาลก็โดดเข้ามาร่วมในความขัดแย้งอย่างเต็มตัว
เพียงแต่ภาพรวมของสังคมไทยเรา นิสัยใจคอผู้คนไม่รุนแรงแตกหัก!
กระนั้นก็ตามคงประมาทไม่ได้ ถ้าหากไปย้อนดูอดีตที่ผ่านมา เหตุลอบสังหารทางการเมืองเคยมีมาแล้ว
ในช่วงปี 2524-2525 มีเหตุรุนแรงหลายหน เป็นช่วงที่กองทัพมีบทบาททางการเมือง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวมาเป็นนายกฯ ยาวนาน
เกิดความแตกแยกในหมู่นายทหาร จนมีความพยายามจะก่อรัฐประหารหลายครั้ง โดยกลุ่มยังเติร์ก
ต่อมายังปรากฏข่าวพยายามลอบฆ่าพล.อ.เปรมหลายครั้ง ทั้งพยายามลงมือจริงและแต่งเติมเพื่อใช้เป็นเหตุในการกวาดล้างในหมู่ทหาร
ที่เป็นเหตุแน่ๆ คือ คาร์บอมบ์เยื้องกับบ้านพักของพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้นำกองทัพ!!
แต่ระเบิดทำงานผิดเวลา และทำลายตัวเองไม่หมดเลยปรากฏหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือทหารกลุ่มไหน
นั่นคือความรุนแรงช่วงปี 2524-2525
คาร์บอมบ์การเมือง โผล่อีกครั้งในช่วงปี 2549 หมายเล่นงานทักษิณ ชินวัตร ขณะเป็นนายกฯ
แม้จะมีคนพยายามเบี่ยงเบนว่าเป็นแค่คาร์บ๊อง จัดฉากเอง ซึ่งเป็นการบิดเรื่องที่ขัดกับพยานหลักฐานที่ปรากฏ
โดยข้อเท็จจริงนั้นมีการจับกุมนายทหารได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ใช่คนของฝ่ายทักษิณ
อีกทั้งหลักง่ายๆ ในการจัดฉากสร้างเรื่อง จะไม่มีการจับกุมบุคคล แต่คดีนี้จับกุมในที่เกิดเหตุและจับเพิ่มต่อมาอีกหลายนาย
สุดท้ายคดีไปถึงศาล เพราะพยานหลักฐานมีจริง มีการตัดสินลงโทษจริง เพียงแต่ไม่สามารถเอาผิดในข้อหาหลักได้
แถมหลังจากเหตุคาร์บอมบ์ อีก 3 สัปดาห์ก็มี 19 กันยายน 2549 โค่นทักษิณ
สรุปได้ว่าเหตุลอบสังหารผู้นำการเมืองไทยเคยมีมาจริง แต่ก็เป็นฝีมือคนถืออาวุธทั้งสิ้น
ถึงที่สุดถ้าการเมืองเปิดกว้าง ไม่มีการฉ้อฉลกติกาเพื่อผูกขาดอำนาจ จะเป็นการป้องกันความรุนแรงได้ดีที่สุด!
วงค์ ตาวัน