การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านพ้นไป โดยผลการลงมติไม่มีอะไรผิดคาด เพราะแจกจ่ายกล้วยกันอย่างโจ๋งครึ่ม

ไม่น่าภาคภูมิใจอะไรเลยสำหรับรัฐบาล

แต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่น่ามีอะไรให้ภาคภูมิใจตั้งแต่แรกเริ่ม

เริ่มต้นใช้ปืนรถถังเข้ามายึดอำนาจ ตั้งรัฐบาลทหาร ต่อมาเขียนรัฐธรรมนูญกันเอง สร้างกติกาเพื่อให้เป็นนายกฯ ต่อไป หลังเลือกตั้ง

ลงเอยพรรคที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็ไม่ใช่ผู้ชนะเลือกตั้ง แต่มีพรรคส.ว. 250 เสียงนอนรออยู่แล้ว ก็เลยได้เป็นนายกฯ ตามที่วางขั้นตอนเอาไว้

แล้วกลายเป็นประเด็นที่โดนหยิบมากล่าวถึงตลอด เป็นนายกฯ ด้วยกติกาที่เอาเปรียบ ไม่น่าภาคภูมิใจอะไรเลย!

ถ้าได้เป็นนายกฯ เพราะลงสนามเลือกตั้งเองเต็มตัว แล้วพรรคตัวเองได้ส.ส.อันดับ 1 ไม่ต้องเอา 250 ส.ว. มาเป็นบันได

แบบนี้ไม่มีใครตำหนิติเตียนได้

ไม่ต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เพิ่งจบไป ถ้าชนะเพราะลุกขึ้นชี้แจงตรงประเด็น ตอบข้อกล่าวหาได้เคลียร์ จนส.ส.ต้องยกมือให้ แบบนี้ยืดอกภูมิใจได้!

แต่นี่ต่อรอง แลกเปลี่ยน แจกกล้วยกันว่อน

คงเป็นรัฐบาลที่ไม่สนใจคำว่า ถูกต้องชอบธรรม ตรงตามกติกา เป็นที่ยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่!!

อันที่จริงการอภิปรายของฝ่ายค้าน ถ้าไม่มีเนื้อหาสาระจริง ไม่มีหลักฐานที่มาชัดเจนจริง

ฝ่ายรัฐบาลก็คงสามารถลุกขึ้นมาโต้ได้ตรงข้อหา

แต่นี่จะเห็นได้ว่า ที่รัฐบาล หรือองครักษ์ในสภา ไปจนถึงหางเครื่องนอกสภา ทำได้อย่างเดียวคือ โจมตีว่าส.ส.ฝ่ายค้านใช้ถ้อยคำรุนแรง หยาบคาย!?!

เป็นความจริงที่ว่า ตั้งแต่การเขียนญัตติ จนถึงการอภิปรายในสภาของฝ่ายค้านค่อนข้างดุดันเป็นพิเศษ

เพราะอะไรหรือ

เพราะเขาเป็นผู้แทนราษฎร ได้สัมผัสอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน ที่ยากลำบากปากท้องในยุคนี้

ถ้อยคำที่ฝ่ายค้านใช้วิจารณ์นายกฯ และเหล่ารัฐมนตรี คือการนำอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่เป็นจริง มาถ่ายทอด

แล้วต้องบอกด้วยว่า นี่ผ่านการกลั่นกรอง ลดระดับลงมาแล้วด้วยซ้ำ

ความจริง ความรู้สึกของชาวบ้านที่มีต่อสภาพการเมืองยุคนี้ มีต่อความสามารถในการแก้เศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้เป็นเช่นไร บรรดาส.ส.รัฐบาลเอง ก็รู้ได้ดี

ชาวบ้านเขาพูดถึงรัฐบาล ขนาดที่คำอภิปรายในสภาของฝ่ายค้านดูดีมีความสุภาพไปทันที!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน