เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการทบทวนประวัติศาสตร์การเมืองไทย เนื่องจากเป็นวันเสียงปืนแตก วันเริ่มต้นต่อสู้ด้วยอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จากนั้นสงครามทางความคิดอุดมการณ์ระหว่างทหารป่ากับกองทัพไทย ก็ดำเนินไปอย่างยืดเยื้อไม่ต่ำกว่า 15 ปี

เริ่มจาก 7 สิงหาคม ปี 2508 เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นที่บ้านนาบัว ตำบลเรณูนคร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

ฝ่ายกองทัพไทย รัฐบาลไทย ทุ่มกำลังเข้าปราบปราม ยิ่งทำให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ยิ่งเติบโตขยายตัว จนพื้นที่สู้รบลามไปทั่วประเทศ

เป็นไปตามธรรมชาติของปัญหาความคิดความเชื่อ เมื่อรัฐบาลยิ่งใช้ความรุนแรงเข้าจัดการ ย่อมเกิดผลกระทบต่อประชาชนวงกว้าง ยิ่งทำให้ประชาชนเข้าข้างอีกฝ่าย

ทำให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ยิ่งมีผู้ร่วมสนับสนุน จนพื้นที่สีแดงเข้ามาจ่อใกล้เมืองหลวง ถึงบ้านไร่ อุทัยธานี ถึงปากท่อ ราชบุรี

ยังดีที่มีทหารใช้สมองมากกว่ากำลัง ผลักดันแนวทางใช้การเมืองนำการทหาร ใช้สันติวิธีหยุดสงคราม ทำให้ปัญหาคอมมิวนิสต์คลี่คลาย!

จากปี 2508 เริ่มต้นที่ภาคอีสานเหนือ แถวภูพาน จากนั้นไปทั่วอีสานใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

แทนที่จะสรุปบทเรียนได้ว่า ยิ่งปราบคอมมิวนิสต์ยิ่งโต แต่คิดไม่ได้

จากนั้นยังปราบนักศึกษาในเมืองครั้งใหญ่ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 คราวนี้นักศึกษาเลยแห่กันเข้าป่าไปจับปืน คอมมิวนิสต์ยิ่งยกระดับขึ้นอีกหลายเท่า

คือใช้สงครามปราบคอมมิวนิสต์ จนประชาชนในชนบทแห่ไปเข้าป่า แต่ยังไม่พออีก

ไปขับไล่นักศึกษาปัญญาชนเข้าไปเสริมกำลังในป่าอีก ยิ่งไปกันใหญ่!!

การทบทวนประวัติศาสตร์สงครามคอมมิวนิสต์ วันเสียงปืนแตกนั้น

ประเด็นสำคัญคือ ให้รัฐบาลและกองทัพได้เรียนรู้ให้มากๆ

โดยเฉพาะรัฐบาลอำนาจนิยมมีฐานจากผู้นำกองทัพในปัจจุบัน ใช้นโยบายแข็งกร้าวกับม็อบคนรุ่นใหม่ ยิ่งต้องทบทวนตัวเอง!?!

ก็คงเหมือนรัฐบาลและกองทัพเมื่อปี 2508 พอเห็นคอมมิวนิสต์เริ่มจับปืนสู้ คงไปคิดว่าเป็นแค่คนไม่กี่คน ก็เลยเร่งปราบหนัก

จึงควรเรียนรู้จากรัฐบาลและกองทัพในปี 2523 ยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ มีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายทหารมันสมอง

พลิกสถานการณ์ จากที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ยิ่งเติบโต หันมาใช้แนวทางพูดคุยเจรจา ยอมให้กลับคืนเมืองโดยไม่มีความผิดทางอาญา

แถมใช้จังหวะที่ได้เปรียบ เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์กำลังขัดแย้งในด้านแนวทาง

ด้วยคำสั่งที่ 66/2523 ของพล.อ.เปรม ทำให้สงครามคอมมิวนิสต์ยุติลงในที่สุด

รัฐบาลชุดปัจจุบันควรต้องถามตัวเองว่า สงครามคอมมิวนิสต์เกิดได้อย่างไร แก้ได้อย่างไร

สำคัญคืออย่าใช้อำนาจจนประชาชนไม่มีทางออกอย่างสันติ อย่าไปจุดไฟกองใหม่ขึ้นมาอีก!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน