หลังจากทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นที่สังเกตกันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีการทำงานคึกคักเข้มแข็งผิดหูผิดตา ขยันลงตรวจพื้นที่ต่างจังหวัด ถึงขั้นกำหนดไปทุกวันจันทร์ตลอดเดือนนี้
จนชาวบ้านเริ่มชอบใจ เชียร์ให้เป็นนายกฯ ตัวจริงไปเลย เพราะมีท่วงท่าที่ไม่ถือตัว ไม่วางอำนาจ
แต่บรรดาคนใกล้ชิดยืนยันว่า ที่ฟิตปั๋งเดินสายอยู่นี้ เน้นเตรียมการเลือกตั้งใหญ่เป็นสำคัญ
ไม่ใช่การแสดงความพร้อมเป็นนายกฯ เอง เพราะดูการเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังสู้ยิบตาเพื่อกลับมาเป็นนายกฯ ให้ได้!!
ดังนั้นที่บิ๊กป้อมตั้งเป้าหมายไว้ขณะนี้ คือ เป็นผู้นำพรรคพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้งต้นปีหน้าอย่างเต็มกำลัง
โดยนาทีนี้ชัดเจนว่า บิ๊กป้อม จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐต่อไป ในการเมืองสมัยหน้า!
แต่ก็นั่นแหละ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ครบวาระ 8 ปีหรือยัง
วันตัดสินพิพากษา น่าจะราวอีก 1 สัปดาห์ จะยังเต็มไปด้วยความอึมครึมต่อไป
แถมสุดท้ายถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกฯ อีก ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่า จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนหรือไม่!?
สถานการณ์บ้านเมืองจะสงบหรือกลายเป็นเงื่อนไขเคลื่อนไหวด้านม็อบ กระแสสังคมอาจจะกลับมากดดันรัฐบาลหนักหน่วงอีก
อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเตรียมการเลือกตั้งใหม่ จึงเป็นไปอย่างเร่งด่วนสำหรับทุกพรรคการเมือง!
ขณะที่พลังประชารัฐเอง ที่บิ๊กป้อมยังเป็นผู้นำต่อไป เร่งเดินสายไปพื้นที่ต่างๆ
เพื่อเก็บคะแนนเสียง ให้รับเลือกตั้งกลับมาให้ได้มากที่สุด ต้องเกิน 100 จนถึง 150
ยิ่งปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนยากลำบาก เป็นจุดอ่อนอย่างมากของรัฐบาลชุดนี้!
หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งต้องลงพื้นที่พบชาวบ้านถี่ยิบ เพื่อกู้คะแนนเสียง
เพียงแต่ข้อได้เปรียบยังมีอยู่ หลังจากแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ไม่สำเร็จ จึงยังมีเสียง 250 ส.ว.ช่วยโหวตให้กลับมาเป็นรัฐบาลดังเดิม
ทั้งวางกันเอาไว้ว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์รอดพ้นคำตัดสิน ทำให้มีโอกาสได้เป็นนายกฯ ยาว 11 ปี
เลือกตั้ง 2566 ยังมีชื่อประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 อยู่อีก 2 ปี
โดยคราวนี้ใส่ชื่อบิ๊กป้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 2 ไว้รับช่วงต่อ!!
แต่อย่างที่เซียนการเมืองวิเคราะห์กันเอาไว้ จากนี้ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมา ต้องจับตาสถานการณ์จากนั้นให้ดี
บ้างก็ว่า จะยิ่งทำให้โอกาสแลนด์สไลด์ของเพื่อไทยสูงมากขึ้นไปอีก!!
วงค์ ตาวัน