ดูฟุตบอลโลก นอกจากได้ดูเกมการแข่งขันที่สนุกสนาน ได้เห็นฝีเท้านักเตะระดับเวิลด์คลาส เห็นการวางแผนแก้เกมของโค้ชระดับโลก เห็นบรรยากาศยิ่งใหญ่ สีสันคนดูกองเชียร์อะไรต่อมิอะไรมากมายแล้ว

สำคัญสุดคือ เห็นการต่อสู้กันภายใต้กฎกติกามาตรฐาน กรรมการทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อาจจะมีผิดพลาดบ้าง ก็เป็นเรื่องความบกพร่องของมนุษย์ธรรมดา

ไปจนถึงการเล่นเกมกีฬาของนักเตะที่ทุ่มเทจริงจัง เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการโชว์ความเก่งกาจสามารถ อันหมายถึงอนาคตในอาชีพ จึงเป็นคำตอบว่ายากจะมีการล้มบอลในทัวร์นาเมนต์ระดับนี้

อีกทั้งเมื่อผลออกมาแพ้ชนะก็ต้องยอมรับ อีก 4 ปีมาว่ากันใหม่

ไม่มีประเภท ทีมแพ้แล้วเอากองเชียร์ลงมาปิดสนาม ขอปฏิรูปฟุตบอลก่อนแข่งขัน อะไรแบบนั้น

ที่ว่ากีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!

สำหรับเวิลด์คัพทุกครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ จะต้องมีประเด็นบอลโลกครั้งสุดท้ายของนักเตะระดับตำนานหลายๆ คน

ด้วยวัยและสังขารเป็นเครื่องกำหนด

หนนี้จึงเรียกกันว่า เป็นครั้งสุดท้ายของ เมสซี, โรนัลโด, นอยเออร์, เลวานดอฟสกี และอีกหลายๆ นักเตะลือนามที่ถึงจุดโรยรา

หรือมองภาพรวมของทีม เช่น เยอรมัน แชมป์โลก 4 สมัย รวมทั้งเบลเยียม ที่ไม่เปรี้ยงปร้าง

เพราะนักเตะส่วนใหญ่เข้าข่ายวัยชรา จำเป็นต้องถึงเวลาเปลี่ยนแปลง!

ดังนั้นความมันของบอลโลก ยังให้อะไรหลายๆ อย่างกับคนดู

การฝึกฝน ความทุ่มเท กฎกติกาที่ไม่มี 2 มาตรฐาน

ดูการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ดูเหล่าเชิ้ตดำ แล้วอย่าเอาไปเทียบกับองค์กรอิสระของบางประเทศเป็นอันขาด!

เช่นเดียวกับ นักเตะทุกคนก็มีกรอบเวลาชัดเจน

เมื่อเริ่มเล่นไม่เหมือนเดิม ก็ต้องยอมเปิดทางให้นักเตะรุ่นใหม่เข้ามาแทน

เพราะความสดใหม่ของนักฟุตบอล เป็นความสนุกสนานของคนดู

ไม่มีนักเตะประเภทเสพติดชื่อเสียงจนไม่ยอมถอยออกจากสนาม!

เพราะแม้จะฝืนต่อไป คนดูก็ไม่อยากจะให้เล่น เป็นตัวถ่วงเกมเสียมากกว่า

ดูแง่นี้แล้วอย่าไปนึกถึงผู้นำบางประเทศ

8 ปีก็แล้ว บวกอีก 2 ก็ยังจะเล่นต่อ!?!

วงค์ ตาวัน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน