จากเรื่องอื้อฉาวเขย่าวงการสีกากี แก๊งตู้ห่าว-จีนสีเทา ทำเอาปั่นป่วนกันอยู่นาน มาต่อด้วยคลิปสาวจีนเล่าเรื่องมาเที่ยวประเทศไทย มีเงินซื้อได้ทุกอย่าง ซื้อกระทั่งบริการตำรวจมารับถึงประตูเครื่องบิน อำนวยความสะดวกรวดเร็ว และมีรถนำเปิดไฟวับวาบให้พร้อม

เท่านั้นไม่พอ จากแก๊งจีนเทา จากสาวจีนซื้อบริการรถนำ มาเจอเรื่องอื้อฉาวสาวไต้หวันเข้าให้อีก

รายดาราสาวไต้หวัน แฉว่าโดนตำรวจไทยรีดไถเงิน 27,000 บาท

คนที่ปวดหัวไม่พ้นพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ไปจนถึงพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

แต่ก็นับว่ายังดี ที่ผบ.ตร. ไม่เอาแต่ออกมาปกป้องลูกน้อง แล้วตอบโต้คนที่ออกมาแฉอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ยังดีที่พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สั่งตรวจสอบหาความจริงทุกกรณี และเมื่อพบผิดก็ลงโทษกันทันที!

ย้อนไปคดีแก๊งตู้ห่าว หลังจากเกิดกระแสข่าวทำท่าจะบานปลาย

เพราะนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตั้งโต๊ะแฉแบบรายวัน จนอลหม่าน

ลงเอยผบ.ตร.ลงมาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคุมคดีเอง ตั้งเป็นคณะกรรมการร่วมกับอัยการ จนสำนวนแน่นหนา ลุล่วง ส่งฟ้องได้ทันเวลา

แก้ปัญหาเรื่องจีนเทาจนสถานการณ์คลี่คลาย

แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไป จะต้องจัดการแบบถอนรากถอนโคน รวมทั้งต้องสืบเสาะว่ายังมีขบวนการจีนเทาอื่นอีกหรือไม่!?

ส่วนเหตุอื้อฉาวให้บริการรถนำสาวจีนท่องเที่ยวไทยนั้น ผบ.ตร.ก็สั่งสอบสวน สั่งย้ายกันระนาว ลงเอยกลายเป็นคดี

พร้อมกับออกมาตรการ ห้ามตำรวจรับจ๊อบโดยอาศัยอำนาจหน้าที่และเครื่องแบบตำรวจเป็นอันขาด

ถ้าออกเวรแล้วไปรับจ๊อบที่ไม่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ไปช่วยเมียค้าขาย ไปทำธุรกิจอื่นๆ อันนี้ไม่ว่ากัน!

พ้นจาก 2 เรื่องจีน มาเจอล่าสุดเรื่องดาราไต้หวัน อันนี้ฉาวหนักเพราะเป็นการแฉว่า เจอด่านตรวจตำรวจ แล้วรีดเงิน

แต่เพราะต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อเท็จจริง จนเหมือนตำรวจไทยล่าช้า สื่อไต้หวันก็เริ่มเล่นข่าวกระทุ้งกันหนัก

ลงเอยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ต้องลงมาบู๊เองอีก

พร้อมกับให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญ คือ ศูนย์สืบสวนนครบาล เข้าหาพยานหลักฐาน ประสานตำรวจไต้หวันช่วยสอบสวนผู้เสียหายโดยตรง จนความจริงเริ่มคลาย มีการสั่งย้ายด่วนผกก.สน.ห้วยขวางแล้ว

ความที่ผบ.ตร.คนนี้ โดยส่วนตัวไม่มีเรื่องเทาๆ ก็เลยทำให้การแก้ปัญหาน่าเชื่อได้ว่าตรงไปตรงมา

ผิดจริงก็ต้องลงดาบฟัน แม้ว่าตำรวจคงมีเรื่องเสียหายไม่หยุด

อาจต้องฟันกันจนแขนแทบหลุดก็ตาม!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน