เห็นภาพข่าวเจ้าหน้าที่บุกจับผู้อำนวยการโรงเรียนย่านบางชัน กทม. ข้อหาเรียกรับส่วยจากผู้ชนะประมูลจ้างเหมาอาหารนักเรียน เป็นเงิน 329,000 บาท และเรียกรายเดือนอีก 9,000 บาท โดยบุกจับคาห้องผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมเงินของกลางเต็มโต๊ะ
ราวกับภาพซ้ำเหตุการณ์ บุกจับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
จับคาห้องอธิบดีพร้อมเจอซองเงินหลักฐานอยู่ในห้องแบบเดียวกันนี้แหละ
นี่คือเรื่องราวอื้อฉาวของวงการราชการไทยในยุคนี้
แถมมาเกิดเหตุต่อเนื่องกันหลายต่อหลายราย
โดยวงการข้าราชการครู ระดับผู้อำนวยการโรงเรียน โดนจับกุมข้อหาเรียกรับเงินทุจริต เป็นวงการล่าสุด!!
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโรงเรียนยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง คงต้องไปพิสูจน์ความถูกผิดทางคดีกันต่อไป
เช่นเดียวกับรายอธิบดีกรมอุทยาน ยืนยันปฏิเสธข้อหา ตอนนี้ยังต่อสู้คดีกันอยู่ อ้างว่าเป็นเงินเช่าพระ ไม่ใช่เงินส่วย ก็ว่ากันไป
ไล่เรียงดูแล้ว ที่พาเหรดกันโดนดำเนินคดีตอนนี้ มีทั้งตำรวจ ดีเอสไอ ทหาร อธิบดีกรมอุทยาน มาจนถึงผู้อำนวยการโรงเรียน!
นี่หรือยุคปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปราชการ ภายใต้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ที่แน่ๆ คือมีอธิบดีถึง 2 คนที่โดนเด้ง เพราะคดีอื้อฉาวเหล่านี้
โดยอธิบดีกรมอุทยานนั้น โดนทั้งคดีและโดนย้าย
ส่วนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดนย้ายฟ้าผ่า เพราะเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดไปโดนคดีอื้อฉาวเรียกรับเงินแลกการปล่อยผู้ต้องหา
เฉพาะคดีเรียกเงินปล่อยตัวดังกล่าว นอกจากดีเอสไอจะโดนกันเป็นโขยงแล้ว ยังมีตำรวจ 191 และทหารศรภ.ไปร่วมด้วย
สำหรับตำรวจ อาจจะเป็นข่าวมากหน่อย
คือ โดนทั้งคดีตู้ห่าว มาจนถึงคดีสาวจีนออกมาแฉการซื้อบริการรถนำขบวนออกจากสนามบิน
แล้วก็มาล่าสุดคดีดาราสาวไต้หวัน โดนด่านตรวจตำรวจสน.ห้วยขวาง รีดเงินคาด่าน
แต่ทุกคดีเหล่านี้ ก็มองในแง่ดีว่า สุดท้ายก็ต้องโดนจับกุมดำเนินคดี
เป็นคดีตัวอย่างว่าอย่าได้ทำกันเช่นนี้อีก
ทั้งหมดคือความเหลวแหลกของระบบราชการไทยทั้งระบบ
เรื่องอื้อฉาวจึงเกิดกันทั่วหน้า แทบจะครบถ้วนทุกวงราชการไทยแล้ว!
วงค์ ตาวัน