สภาล่ม เป็นเรื่องซ้ำซากจนประชาชนรู้สึกเอือมระอาเป็นอันมาก แต่เหตุการณ์ประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งล่มอีก กลับมีความพิเศษที่ไม่ได้สร้างความรู้สึกเบื่อหน่าย แต่สร้างอารมณ์ขุ่นเคืองมากกว่า
เพราะเป็นการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ให้ยกเลิกมาตราที่ให้อำนาจส.ว.ร่วมโหวตแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี!
แต่เกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ จึงต้องปิดการประชุม ไม่สามารถพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ได้
ที่สำคัญเหตุมาจากการลาประชุมของส.ว.ถึง 95 คน
ชัดเจนแจ่มแจ้งว่า เพราะไม่ต้องการสูญเสียอำนาจในการโหวตตั้งนายกฯ
ส.ว.เกือบร้อยราย จึงจงใจทำให้สภาล่ม เพื่อปกป้องอำนาจของตัวเอง ทั้งที่เป็นอำนาจอันฝืนกับความเป็นประชาธิปไตย!!
ขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปกำลังใกล้จะมาถึง ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
กำลังเกิดกระแสเรียกร้อง ให้การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ทำให้เสียงของประชาชนที่ไปลงคะแนน ไม่ถูกแทรกแซงบิดเบือน
แต่ความพยายามของพรรคการเมือง ที่จะปิดสวิตช์ 250 ส.ว. ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ กลับถูกขัดขวางโดยส.ว.
เหมือนไม่ร่วมมือกัน เพื่อทำให้ประชาธิปไตยเจริญงอกงามขึ้น
ราวกับว่าส.ว.ที่ร่วมกันล่มการประชุมนั้น คือยังไม่ต้องการให้ประชาชนคนไทยมีอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง!!
ไม่รู้ว่า จะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนกันไปถึงไหน
ร่วมกันก่อรัฐประหาร เมื่อ 2557 ล้มประชาธิปไตยกันมาแล้ว ผ่านมา 9 ปีแล้ว น่าจะถึงจุดคลี่คลายสู่ประชาธิปไตยได้มากขึ้นแล้ว
ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เสียงของ 250 ส.ว. ร่วมกันวางอำนาจอยู่เหนือเสียงประชาชนหลายล้านคนที่ไปลงคะแนนเลือกตั้งมาแล้วครั้งหนึ่ง
การเลือกตั้ง 2566 นี้ ควรจะพอได้แล้ว ประเทศไทยจะได้ก้าวสู่การตัดสินใจของประชาชนผ่านการเลือกตั้งจริงๆ ไม่มีอำนาจจากการแต่งตั้งมาแทรกแซง!
แต่อาการของส.ว. ที่ร่วมกันทำให้การประชุมรัฐสภาล่ม เพราะไม่ยอมรับการแก้รัฐธรรมนูญ ยังหวงอำนาจในการโหวตแต่งตั้งนายกฯ
อีกด้านหนึ่ง จะช่วยกระตุ้นเตือนอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนได้เป็นอย่างดี
ย้ำเตือนทุกๆ คนว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ เสียงของประชาชนคนไทย ยังมีด่านกีดขวาง คือ เสียงของส.ว.!!
เมื่อแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ยังมี 250 ส.ว. เป็นอุปสรรคขัดขวางเสียงการเลือกตั้งโดยประชาชน
คงต้องร่วมมือกันไปเข้าคูหา เลือกส.ส.และพรรคการเมือง ฝ่ายที่ตรงกันข้ามกับขั้วอำนาจกลุ่มส.ว.
ให้ผลการเลือกตั้งโดยมือประชาชน ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงถล่มทลาย เหนือกว่าเสียง 250 ส.ว. ให้ได้!
วงค์ ตาวัน