เห็นความเคลื่อนไหวของ เศรษฐา ทวีสิน ที่ลงเดินเข้าชุมชนแออัดคลองเตย จับเข่าคุยกับครูประทีป อึ้งทรงธรรม และตัวแทนชาวสลัมคลองเตย เพื่อรับฟังข้อมูลปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ค่าแรงรายวัน การศึกษา ปัญหายาเสพติด
จากนั้นเดินลุยท้องทุ่งพบปะกับชาวนา ล้อมวงนั่งกินข้าว และถกเถียงกันในเรื่องใหญ่คือรายได้ของคนปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งประเทศ
พอเห็นเดินสลัมและลุยท้องนาเช่นนี้ หลายคนมองว่าเป็นภาพที่แปลกตาดี เห็นด้วยว่าจะต้องลงคลุกคลีกับชาวบ้านทุกระดับแบบคนติดดิน
เพราะหากวันหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำประเทศ จะต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกระดับ
แต่บางคนก็มองว่าแค่สร้างภาพ ไม่เป็นธรรมชาติ เป็นพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ เพราะชีวิตจริงของเศรษฐาคือนักธุรกิจระดับเศรษฐี
นั่นเพราะเศรษฐาสังกัดพรรคเพื่อไทย มีประชาชนนิยมชมชอบ ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง แต่ก็มีศัตรูทางการเมืองแบบจ้องโค่นล้มตลอดเวลาเช่นเดียวกัน!
ดังนั้นเมื่อก้าวลงสู่ถนนการเมืองอย่างจริงจัง ย่อมต้องเผชิญกับแรงเสียดทานอย่างขนานใหญ่
ยิ่งแรงต่อต้านรุนแรง ย่อมแสดงถึงระดับความโดดเด่นในตัวของเศรษฐาด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ต้องป้องกันตำแหน่งนายกฯ ออกมาทักทายดุเดือดก่อนใคร
ถามว่าเขาเก่งอะไร เขาทำอะไรมา เป็นนักธุรกิจ ประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ
เช่นเดียวกับนักการเมืองที่มาจากการแต่งตั้ง ออกมาจี้ประเด็นความเป็นพ่อค้า ย่อมทำอะไรเพื่อผลกำไร เพื่อลากไปสู่ข้อหาทุจริตไปทันที!?!
ส่วนตัวเศรษฐาเอง ก็ยืนยันถึงสถานะความเป็นนักธุรกิจของตนเอง
ยืนยันว่า ด้วยประสบการณ์ในการทำงานที่สั่งสมมา 30 ปี พร้อมจะนำมาใช้เพื่อแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ
คำว่าพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศนั้น เป็นประเด็นสำคัญสุดของการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ว่าได้
เพราะประชาชนคนไทยอยู่กับเศรษฐกิจที่ถดถอยมาถึง 8 ปี!!
ยิ่งมาเจอวิกฤตโควิด ที่ทำให้ธุรกิจการค้าชะงักงันไปหลายปี จำเป็นต้องหาจุดเปลี่ยน ต้องการให้ประเทศพลิกเศรษฐกิจกลับมาโดยเร็วที่สุด
คำว่านักธุรกิจ อาจแสลงใจคนบางส่วน มองว่าเป็นพ่อค้าต้องคิดกอบโกย
แต่กับคนจำนวนไม่น้อย เราต้องการคนที่มีสายตาแหลมคมกว้างไกลในด้านเศรษฐกิจ เพื่อฉุดประเทศให้ขึ้นมาจากก้นเหวอย่างเร่งด่วน
เอาเป็นว่า ถึงเวลาเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง
ว่ากลัวนักธุรกิจโกงกิน
หรือต้องการคนเก่งธุรกิจรอบรู้การค้าระดับโลก เพื่อมาชุบชีวิตให้ประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากได้เร็วไว!
วงค์ ตาวัน