เสียงสะท้อนของประชาชนคนไทย ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ที่แสดงผ่านโพลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านโพลมติชนและเดลินิวส์ ที่มีผู้ร่วมโหวตมากมายมหาศาล ครอบคลุมและกว้างขวางที่สุด
มีจำนวนผู้ร่วมโหวต 2 รอบ ถึงกว่า 1.6 แสนราย มากมายมหาศาลจริงๆ
ผลโหวตบ่งชี้ว่า พรรคก้าวไกล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาแรงเป็นอย่างมาก
โดยมีพรรคเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และเศรษฐา ทวีสิน ได้รับความนิยมตามมา
เป็น 2 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีกระแสแรงสุดๆ ทิ้งห่างพรรคของ 2 ลุง อย่างไม่เห็นฝุ่น
เป็นเสียงสะท้อนที่บอกให้รู้ว่า ประชาชนคนไทยจะใช้อำนาจในมือ เปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในวันเดินเข้าคูหากาบัตร อย่างแน่นอน!!
ขณะเดียวกัน โพลจากองค์กรอื่นๆ อาจจะมีผลต่างกันไป
ระบุว่าพรรคเพื่อไทยครองความนิยมอันดับ 1 โดยมี ก้าวไกลตามมาเป็นอันดับ 2
รวมๆ แล้ว บ่งบอกว่า เพื่อไทยและก้าวไกลมีกระแสแรงสุด บางโพลก็ก้าวไกล บางโพลก็เพื่อไทย
สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้น 2 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยนี่แหละ ที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด
เป็นเสียงจากประชาชนที่ยืนยันว่า การเมืองไทยต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว เสียเวลามา 8-9 ปี นับว่าสูญเสีย ไปมากๆ!!
กล่าวสำหรับคำถามในโพลมติชนและเดลินิวส์ รอบ 2 ซึ่งได้เพิ่มความเข้มข้นอย่างมาก
โดยเฉพาะข้อที่ 4 ที่ถามว่า ส.ว.ควรโหวตเลือกแคนดิเดต นายกฯ จากพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุดหรือไม่
เสียงของประชาชนในข้อนี้ พุ่งเป้าไปที่ 250 ส.ว. โดยตรง ควรต้องอ่านและต้องรับรู้ว่าคนในสังคม คิดอะไร!?!
จำนวนมากถึงกว่า 82% ที่ยืนยันว่า ส.ว.ควรโหวตเลือก นายกฯ จากพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุด ไม่ใช่ไปโหวตจากพรรคไหนก็ได้
นี่คือประชามติจากประชาชนผ่านโพล 2 สื่อใหญ่ ที่เป็นแรงกดดันไปสู่ 250 ส.ว.
ด้านหนึ่ง ส.ว.วันนี้เกิดสภาพแตกขั้ว ระหว่างสายบิ๊กตู่กับสายบิ๊กป้อม นอกจากนี้ยังมีส.ว.อิสระอีกจำนวนหนึ่ง แตกออกไปอีกทาง ทำให้เอกภาพของส.ว.ไม่เหมือนเดิม
แต่ก็อาจมีความพยายามรวมเสียงส.ว.ส่วนใหญ่ มาบวก เข้ากับพรรคลุงๆ เพื่อให้ได้เสียงรวมกันจาก 2 สภา เอาชนะเสียงของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกจากประชาชนเข้ามาสูงสุด
อาจจะยังดิ้นรน ฝืนประชามติของประชาชนซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2562 อีก
คงต้องย้ำว่า การเลือกตั้ง 2566 นี้ เสียงจากประชาชนกว่า 82% ผ่านโพล 2 สื่อที่ครอบคลุมกว้างขวางที่สุด
บอกให้ 250 ส.ว.ต้องรู้ว่า ควรโหวตนายกฯ จากพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุดเท่านั้น!!
วงค์ ตาวัน