ชัยชนะของพรรคก้าวไกล ได้ส.ส.มาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อธิบายเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เป็นประชามติของประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมไทย ที่ต้องการการเมืองแบบใหม่ การเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ ทำให้โอกาสและความหวังของคนรุ่นใหม่กำลังจะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

ความจริงสัญญาณที่บ่งบอกว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกลมาแรงมากๆ ได้ปรากฏให้เห็นตั้งแต่การทำโพลของเครือมติชนและเดลินิวส์ ถึง 2 รอบ ต้นเดือนเมษายน และปลายเดือนเมษายน

โพลมติชน-เดลินิวส์ แสดงให้เห็นว่าสีส้มกำลังแผ่กว้าง โดยมีเพื่อไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

แล้วผลการเลือกตั้งจริง 14 พฤษภาคม ก็ออกมาเช่นนี้อย่างแม่นยำ

ขณะเดียวกัน เมื่อประชาชนที่เดินเข้าคูหากาคะแนน เทให้ก้าวไกลเป็นอันดับ 1 และเพื่อไทยเป็นอันดับ 2 แบบสูสี

ต้องนับเป็นชัยชนะของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เหนือพรรคลุงๆ อย่างชัดเจนอีกด้วย!

สำหรับสูตรการตั้งรัฐบาลใหม่ ก็ชัดเจนจากพรรคก้าวไกล คือ เลือกเอาพรรคขั้วเดียวกันเข้าร่วม

มีพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม

เป็นรัฐบาล 310 เสียง นับเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ แต่ยังไม่เกินครึ่งของ 2 สภา ในการโหวตนายกฯ

เมื่อถึงเวลาโหวตตั้งนายกฯ ก็ต้องจับตา ยังขาดอยู่ 66 เสียง

จะเป็นการพิสูจน์ท่าทีของส.ว.ว่า จะเคารพเสียงของประชาชนที่ไปเลือกตั้งหรือไม่!?

ชัยชนะของก้าวไกล ซึ่งมาจากเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นนิมิตหมายที่ดีของการเมืองไทย

แต่พร้อมๆ กัน ต้องยอมรับว่า ยังมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องเฝ้าระวังกันอยู่

จากนี้ไป ต้องจับตาช่วงเวลาอีก 2 เดือน ซึ่งเป็นขั้นตอนกกต.ตรวจสอบผลการเลือกตั้ง ก่อนจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ!

ยังมีคดีถือหุ้นสื่อ ที่แคนดิเดตนายกฯ ของก้าวไกลถูกร้องเรียน ที่รอการตรวจสอบอยู่ ยังต้องลุ้นผลกันอยู่

รวมไปถึงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของขั้วผู้สูญเสียอำนาจ ยังจะดิ้นรนอะไรอีกหรือไม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 250 ส.ว. ยังเป็นด่านต่อไป

ดังนั้นข้อเรียกร้องให้ 250 ส.ว.เคารพเสียงของประชาชนที่ไปเลือกตั้งคงต้องดังกระหึ่มต่อเนื่องไปอีก

หรือไม่ก็ไปย้อนดูโพลมติชน-เดลินิวส์ จากเสียงของผู้คนเกือบ 8 หมื่น กว่า 82 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่าส.ว.ต้องโหวตให้พรรคการเมืองที่ได้เลือกตั้งเข้ามามากที่สุด

จึงเป็นอีกขั้นตอน ที่ต้องจับตา

เลือกตั้งเสร็จก็ดีใจในผล แต่ก็ต้องมาลุ้นกันต่อไปจนกว่าจะได้ตั้งรัฐบาล!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน