ความกังวลของคนไทยหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ล้วนออกมาในทำนองเดียวกัน ว่าทำไมขบวนการสกัดขัดขวางหัวหน้าพรรคที่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 จึงรุนแรงและเล่นกันสารพัดเรื่อง
กลายเป็นข้อสงสัยว่า จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ จะตั้งนายกฯ ได้หรือไม่ ทุกอย่างจะล่าช้าหรือไม่
นำไปสู่ความห่วงใยที่สำคัญสุดคือ เศรษฐกิจจะฟื้นได้หรือไม่ ปัญหาปากท้องประชาชนที่รุนแรงมา 8-9 ปี จะดีขึ้นได้หรือยัง!?
เพราะผู้คนหวังกันมากว่า เลือกตั้งจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ก็เลยแห่กันไปเลือกพรรคฝ่ายเสรีประชาธิปไตย เพราะเชื่อในวิสัยทัศน์ความเท่าทันโลก
เลือกโดยไม่เอาแล้วพรรคลุงๆ แก่ๆ เก่าๆ ไล่ให้กลับบ้านไปได้แล้ว
อุตส่าห์เลือกเพื่อให้เปลี่ยนแปลง แต่กลับเกิดปรากฏการณ์สกัดขัดขวาง จนเป็นที่กังวลของประชาชนส่วนใหญ่!
จากข้อสงสัยที่ว่า จะตั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ได้ไหม จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่
มักตามมาด้วยคำถาม แล้วจะมีม็อบลงถนนกันอีกหรือเปล่า
เกิดกระแสคงมีม็อบแหงๆ ถ้าผลการเลือกตั้งโดยประชาชน โดนบิดเบน อะไรทำนองนั้น
เรื่องม็อบเรื่องการลงถนน เป็นหัวข้อสนทนายอดฮิต จนวันก่อนนิด้าโพล ตั้งเป็นหัวข้อสำรวจความเห็นประชาชน
มีทั้งหัวข้อความเห็น หากเกิดม็อบต่อต้านรัฐบาลใหม่ หรือหากการตั้งรัฐบาลไม่ตรงตามที่ประชาชนเลือกตั้ง จะเป็นอย่างไร!?!
แน่นอนว่า ความคิดเห็นของประชาชนในโพล ส่วนใหญ่ไม่อยากให้มีม็อบหลังตั้งรัฐบาล เพราะห่วงใยปัญหาเศรษฐกิจ
แต่ก็นั่นแหละ ถึงเวลาโหวตนายกฯ ถึงเวลาตั้งรัฐบาล ก็ต้องไปดูกันว่ากลเกมสกัดขัดขวาง จะเล่นกันจน ทำให้ประชาชนทนไม่ไหวหรือไม่
กระแสประชาชนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด!
แน่นอนว่า ฝ่ายเครือข่ายอำนาจเก่า ฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ย่อมไม่อยากให้สังคมการเมืองไทย เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด
จึงต้องใช้กลไกในมือที่มีอยู่ ออกมาปกป้อง ออกมาฉุดรั้ง ทั้งนักร้อง ทั้งองค์กรอิสระ ทั้งวุฒิสภา
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า อย่าทำเสียจนต้องเกิดคำถาม เคารพเสียงของประชาชนที่ไปเลือกตั้งหรือไม่
ละเมิดเจตนารมณ์ของคนที่ไปเลือกตั้ง เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ทุกคนล้วนไม่อยากให้เกิดม็อบหลังการตั้งรัฐบาล กลัวประเทศสะดุด ห่วงเศรษฐกิจพินาศ
แต่ต้องช่วยกัน ไม่ให้สถานการณ์ไปถึงจุดเดือด
ไม่อยากให้มีม็อบ ก็อย่าไปจุดชนวนม็อบกันเสียเอง!!
วงค์ ตาวัน