แม้พรรคเพื่อไทยต้องตกอยู่ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีพรรคจาก ขั้วรัฐบาลเดิมเข้ามาร่วม ทำให้ประชาชนที่คาดหวังการเมืองยุคใหม่พากันผิดหวัง แต่ก็มีอีกมุมมองที่ยอมรับว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาเช่นนี้ ทำให้การยกระดับการเมืองยังเป็นไปได้ยาก
ทั้งเห็นด้วยว่า ควรเร่งจัดตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อเร่งเข้ามาทำงานแก้ปัญหา แก้เศรษฐกิจ
ประเด็นสำคัญก็คือ พรรคก้าวไกลถูกเครือข่ายอำนาจเก่า ปิดล้อมทุกด้าน ทำให้เพื่อไทยเลือกหนทางปล่อยมือก้าวไกล เพื่อตั้งรัฐบาลที่พอเป็นไปได้
จึงต้องมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาทดแทน 151 เสียงของก้าวไกล
เริ่มจากภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา รวมกับพรรคเล็ก และพรรคบางส่วนในขั้ว 8 พรรค เช่น ประชาชาติ
ขณะที่ยังยืนยันไม่รับพรรค 2 ลุง แต่เปิดกว้างในลักษณะมาเป็นกลุ่ม หรือเป็นรายบุคคล!
คำว่ามาเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล จะหมายถึงมาจากพรรคไหน
คงต้องจับตามองไปยังพรรคในรัฐบาลเก่า ที่ส่วนหัวของพรรคมาไม่ได้ แต่จะมีคนภายในที่มากันเองหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ รวมทั้งประชาธิปัตย์ ที่ยังตั้งหัวหน้าพรรคไม่ได้
ก่อนหน้านี้ประชาธิปัตย์ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เปิดตัว “กลุ่มเพื่อนต่อ 21 เสียง” เหมือนส่งสัญญาณ
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ พูดถึงเอกสิทธิ์ส่วนบุคคล ในการโหวตเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้า!
เส้นทางของนายสุชาติ ย้ายมาจากพลังประชารัฐ เข้าร่วมรวมไทยสร้างชาติ เคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจวางมือ มีเสียงจาก นายสุชาติว่าใจเริ่มเป๋
วันนี้นายสุชาติที่น่าจะมีเสียงสส. 8-12 เสียง เริ่มพูดถึงเอกสิทธิ์ของสส.
คงจะต้องจับตามองกันต่อไปว่า เมื่อเพื่อไทยไม่รับพรรคลุง แต่เปิดรับกลุ่มก้อนหรือรายบุคคล
คำว่าเอกสิทธิ์รายบุคคลของนายสุชาติ จะหมายถึงอะไร
ท่ามกลางความยากลำบากของการจัดตั้งรัฐบาล ก้าวไกลโดนสกัดกั้นจนไปไม่ได้ ตอนนี้ก็เป็นคิวของ เพื่อไทย
แต่เพื่อไทยก็เผชิญแรงกดดันจากกลุ่มขั้วเก่าไม่น้อย เพื่อต่อรองและดันบางพรรคร่วมรัฐบาล
ไปจนถึงเสียงของประชาชนที่ผิดหวังกับ ชะตากรรมของก้าวไกล
แต่เพื่อไทยก็ต้องเดินหน้า มีทั้งดึงพรรคมาเติม ไปจนถึงเป็นกลุ่ม เป็นรายบุคคล
เพื่อตั้งรัฐบาลให้ได้เร็วที่สุด หลังจากประชาชนเคว้งคว้างมาถึง 3 เดือนแล้ว!
วงค์ ตาวัน