เป็นความจริงที่ว่า ทุกวันนี้ไปไหนมาไหน ต้องได้ยินผู้คนจำนวนมาก พูดคุยกันถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 1 หมื่นบาท ให้คนไทยทั้งประเทศที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายภายใน 6 เดือน
เป็นความหวังของคนไทย และพร้อมๆ กันก็จับตามองว่า รัฐบาลจะทำได้จริงหรือไม่!?
แต่ถึงที่สุดคนไทยส่วนใหญ่ เฝ้ามองหรือเฝ้าทวงถาม อย่างมีความหวังว่าโครงการนี้จะต้องนำออกมาใช้
เพื่อชุบชีวิตชาวบ้าน หลังจากอยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซา รายได้จุนเจือครอบครัวฝืดเคืองมายาวนานนับสิบปีแล้ว
ขณะที่นายกฯ เศรษฐา ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ได้ใช้ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทแน่นอน
รับเทศกาลตรุษจีน และสงกรานต์ พอดิบพอดี!!
จุดสำคัญคือ เป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทนี้ มีเป้าปลุกเศรษฐกิจไทยให้พลิกฟื้นอย่างรวดเร็วที่สุด
รัฐบาลเพื่อไทยย้ำมาตลอดว่า คนอายุ 16 ปีขึ้นไป รวมกว่า 50 ล้านคน ได้ใช้แน่นอน แค่รอต้นปีหน้า
ส่วนจะใช้ในรัศมี 4 กิโลเมตร หรือกว้างกว่านั้น ต้องรอดูรายละเอียด เพราะจะกำหนดรัศมีตามสภาพของภูมิประเทศด้วย
ในเมืองใหญ่ การกำหนดพื้นที่จับจ่าย 4 กิโลเมตร น่าจะง่ายๆ
แต่ในชนบท พื้นที่ห่างไกล อยู่บนดอยสูง หาร้านค้าใกล้ชุมชนได้ยาก คงต้องปรับรัศมีได้เกินกว่า 4 กิโลเมตร!
กำหนดตามสภาพความจริงตามแต่พื้นที่ เป็นประเด็นที่ท้วงติงกัน
ดูท่าทีรัฐบาลก็รับฟัง พร้อมปรับได้
รวมไปถึงอีกประเด็นที่ไถ่ถามกันมาก ว่าแหล่งที่มาของเงินกว่า 5 แสนล้านบาท มาจากไหนจะกระทบการเงินการคลังหรือไม่
คำตอบจากนายกฯ เศรษฐาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือ ไม่มีการกู้มาอย่างแน่นอน!
โดยใช้คำว่า ขอเวลาดูรายละเอียดให้ชัดเจนอีกราว 1 เดือน แล้วจึงจะสรุปแถลง เพื่อไม่ให้เกิดข้อวิจารณ์ว่า พูดจากลับไปกลับมา
จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องเฝ้ารอดู ว่ารัฐบาลจะสรุปและบอกกล่าวกันถึงที่มาของโครงการใหญ่นี้เช่นไร
แต่ก็เห็นได้ว่า โครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล เป็นนโยบายใหญ่ที่เพื่อไทยจะต้องมีทุกครั้งในการเลือกตั้ง เป็นเอกลักษณ์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย
เมื่อบวกเข้ากับหนนี้ มีนายกฯ มือบริหารธุรกิจ โครงการนี้จึงยิ่งมีการชูเป็นทีเด็ดของรัฐบาล
ที่สำคัญนายกฯ เศรษฐาเลือกควบรัฐมนตรีคลังเอง แสดงถึงความมุ่งมั่นปลุกเศรษฐกิจ พลิกฟื้นรายได้ประเทศและประชาชน
รัฐบาลนี้มีเสียงวิจารณ์ด้านลบทางการเมือง แต่ในทางเศรษฐกิจ ประชาชนรออยู่อย่างมีความหวัง!?!
วงค์ ตาวัน