ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดสำรวจทัศนคติประชาชนเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต และแถลงผลสำรวจเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
คนส่วนใหญ่ 77.3% เห็นด้วย อีก 22.7% ไม่เห็นด้วย!
ผลสำรวจยังบอกด้วยว่า คนที่มีสิทธิ์ตามเงื่อนไข 71.6% พร้อมลงทะเบียน แต่อีก 28.4% จะไม่ลงทะเบียน เพราะไม่สะดวกกับการใช้พื้นที่ตามทะเบียนบ้าน รวมทั้งไม่อยากให้มีหนี้เงินกู้
ประเด็นการออกพ.ร.บ.เงินกู้ พบว่า 50.6% ไม่เห็นด้วย อีก 49.4% เห็นด้วย
ที่ไม่เห็นด้วย มองว่าเป็นหนี้ระยะยาว เป็นภาระให้คนรุ่นหลัง
ที่เห็นด้วยมองว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยคนมีรายได้น้อย ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ!!
ภาพรวมจากผลโพลดังกล่าว สรุปว่าคนส่วนใหญ่สนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แต่ที่เสียงก้ำกึ่งคือ การออกพ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ไม่เห็นด้วยมากกว่าแบบเฉียดฉิว
ขณะเดียวกัน คนที่มีสิทธิ์โดยส่วนใหญ่ พร้อมจะลงทะเบียน แต่อีกส่วนที่จะไม่ลงทะเบียน เพราะไม่สะดวกกับพื้นที่การใช้เงินดิจิทัลตามทะเบียนบ้าน
อันที่จริงประเด็นที่รัฐบาลจะให้ใช้เงินที่แจกจ่ายในพื้นที่ตามภูมิลำเนา มีเจตนาต้องการให้เงินสะพัดที่ชนบท ให้เงินลงไปที่ชุมชนท้องถิ่น
ผู้รอบรู้บอกว่า โครงการนี้มีเป้าหมายชัดเจนคือ กระตุ้นเศรษฐกิจทุกอย่าง แถมกระจายเงินจับจ่าย ไปลงพื้นที่ชนบท อย่างเป็นรูปธรรม
คาดได้ว่า ทั้งพ่อค้าแม่ขายที่จะได้ประโยชน์เต็มๆ มีทั้งตลาดนัด ตลาดสด ไปจนถึงรถพุ่มพวง ที่ไปถึงทุกหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ !
ไม่เพียงแค่โพลของมหาวิทยาลัยหอการค้าเท่านั้น ที่สะท้อนสายตาประชาชน
ในสายตาของผู้ค้า โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย เห็นว่า ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง
อยากให้กำลังใจรัฐบาล จัดสรรเงินให้ถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด!
จากการจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศพบว่า เอสเอ็มอีแต่ละภาคเดือดร้อน ประชาชนต้องการเงินจับจ่ายใช้สอย
ทั้งย้ำด้วยว่า ตัวเลขจีดีพีโตเพียง 1.5% มาจากสาเหตุจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในช่วงสุญญากาศ จนไม่สามารถใช้งบได้ ภาครัฐมีการลงทุนน้อย ทำให้การใช้จ่ายของคนแผ่วบางลง
นี่เป็นมุมมองของคนประกอบธุรกิจการค้าโดยตรง
แน่นอนว่า ยังมีมุมมองอีกหลายมุม ยังมีคนที่มองแล้วเห็นปัญหา เห็นข้ออ่อนข้อด้อย
บ้างก็ว่า ผลประโยชน์จะไปตกที่ร้านสะดวกซื้อของเจ้าสัว
บ้างก็ว่า ร้านเจ้าสัวก็คงได้ แต่ร้านย่อยของชาวบ้านก็ได้ รถพุ่มพวง เข้าถึงหมู่บ้านห่างไกล ก็ได้ด้วยเช่นกัน
เศรษฐศาสตร์บนหอคอย กับเศรษฐศาสตร์ข้างถนน ย่อมมองแตกต่างกัน!?!
วงค์ ตาวัน