การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปี ระดับรองผู้การลงไปถึงผู้กำกับและสารวัตร ตอนนี้เริ่มมีคำสั่งทยอยออกมาแล้ว ถือว่าอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนดเอาไว้คือภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน แต่สำคัญที่สุด นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เตรียมงานใหญ่ไว้รอตำรวจชุดใหม่นี้แล้ว
โดยตำรวจระดับผู้กำกับหัวหน้าสถานี จะต้องทำงานร่วมกับนายอำเภอ ปลัดอำเภอ หรือมหาดไทย ไปจนถึงกระทรวงการคลัง
เพื่อร่วมเปิดสงครามล้างหนี้นอกระบบ ปลดปล่อยประชาชนคนไทยให้พ้นจากกระบวนการค้าทาสยุคใหม่
ทั้งนี้ตำรวจระดับหัวหน้าโรงพักทั้งหลาย จะต้องใช้ความเข้มแข็งของกฎหมายเข้ามาประสานจัดการ
ทั้งลดการใช้อิทธิพล นักเลง ของเจ้าหนี้นอกระบบ
ไปจนถึงการใช้กฎหมาย ข้อกำหนดดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมาย เข้ามาตรวจสอบและกดดันเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ที่ใช้ดอกเบี้ยมหาโหดผิดกฎหมาย กดขี่ขูดรีดชาวบ้าน!
ตามที่นายกฯ เศรษฐาแถลงเอาไว้ ฝ่ายปกครองจะใช้ความใกล้ชิดชาวบ้าน
ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ยันปลัดและนายอำเภอ นำชาวบ้านลูกหนี้มาขึ้นทะเบียน เพื่อเตรียมสะสางอย่างเป็นทางการ ดูแลไม่ให้หันกลับไปย้อนรอยเดิมอีก
ส่วนตำรวจคือมือกฎหมาย เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้มีการใช้อิทธิพลข่มขู่ และไม่ให้กำหนดดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด!
รวมทั้งผู้กำกับตำรวจและนายอำเภอ จะต้องเป็นตัวกลางจัดเจรจา 2 ฝ่าย หาทางยุติหนี้นอกระบบอย่างเหมาะสม
เจ้าหนี้ควรจะยอมรับว่ารีดดอกไปจนเกินกว่าต้นมากมายขนาดไหน ส่วนลูกหนี้ที่จ่ายจนเกินไปมากแล้ว ควรได้รับการยุติหนี้สินเสียที!
จากนั้นกระทรวงการคลังจะเข้ามารับช่วงต่อ ทั้งช่วยปรับโครงสร้างหนี้ หาแหล่งเงินกู้ดอกถูกให้ชาวบ้าน
ส่วนรัฐบาลเร่งฟื้นเศรษฐกิจ ให้ชาวบ้านมีรายได้ ลืมตาอ้าปากได้ ไม่ต้องย้อนกลับไปหาแหล่งเงินกู้นอกระบบอีก
นี่คือแผนงานใหญ่ของรัฐบาลเศรษฐา เร่งแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน
เป็นงานใหญ่ที่รอเบื้องหน้านายตำรวจระดับผู้กำกับทั้งหลาย ทั้งที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ และที่อยู่มาก่อนหน้านี้!!
เอาเป็นว่า เมื่อรับคำสั่งและเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่กันแล้ว เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย
ในวันที่ 8 ธันวาคม นายกฯ เศรษฐาจะเรียกประชุมใหญ่เพื่อวางนโยบายร่วมปฏิบัติการล้างเงินกู้นอกระบบ
ประชุมทั้งบรรดาผู้กำกับใหม่และเก่า รวมทั้งนายอำเภอ กลไกสำคัญของงานนี้
เชื่อว่าบรรดาผู้กำกับตำรวจทั้งหลายคงต้องพร้อมรับนโยบายนี้กันแล้ว
นอกจากงานตำรวจปกติในพื้นที่รับผิดชอบแล้ว ตอนนี้ต้องเพิ่มงานล้างหนี้นอกระบบเข้ามาอีกประการ
แต่เป็นการปลดทุกข์ให้ประชาชนครั้งใหญ่ นับเป็นภารกิจที่มีเกียรติและสำคัญยิ่ง!
วงค์ ตาวัน