เริ่มจากนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ทวีตข้อความถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่า ควรพิจารณาอย่างเร่งด่วนคือ เบอร์เดียวแล้วโทร.หาเบอร์อื่นวันละหลายร้อยครั้ง โดยไม่ซ้ำกัน กสทช.ควรสั่งปิดทันที จะช่วยลดทอนปัญหาอย่างมาก
เป็นการจี้ตรงไปยังปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อีกเรื่องใหญ่ที่คุกคามทรัพย์สินเงินทองของประชาชนคนไทยรุนแรงที่สุดในยุคนี้
น่ายินดีที่พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย ได้เร่งลงมือแก้ไขเรื่องนี้ทันที
เรียกประชุมผู้แทนจากค่ายมือถือรายใหญ่ทั้งหมด ตำรวจจากกองบัญชาการไซเบอร์ และผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง
พุ่งเป้าไปยัง 3 กรณี ทั้งเบอร์ที่มีการโทร.ออกบ่อยครั้งไปยังผู้รับที่หลากหลาย เกินกว่า 100 ครั้งต่อวัน รวมทั้งเบอร์ที่ผูกกับบัญชีม้ารองรับการโอนเงินจากเหยื่อ
ไปจนถึงเบอร์ที่มีการโทร.บริเวณแนวชายแดนบ่อยครั้งผิดปกติ!
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย จะตั้งทีมร่วมกลั่นกรองเบอร์มือถือที่เข้าข่ายดังกล่าว
นำเบอร์ต้องสงสัยมาร่วมกันพิจารณาตรวจสอบ และมีมติร่วมกันต่อเบอร์น่าสงสัยนั้น
ถ้าสรุปว่าใช่ ก็จะระงับการใช้ทันที!!
ขณะเดียวกันพล.ต.อ.ณัฐธร ซึ่งรับผิดชอบงานด้านกฎหมาย ยังเรียกประชุมเพื่อแก้ไขกฎหมายให้รองรับภารกิจนี้ด้วย
เพราะที่ผ่านมากฎหมายในการควบคุมมือถือ ยังไม่เท่าทันความทันสมัยของเทคโนโลยี ซึ่งมือถือยุคนี้ ไม่แค่โทร. แต่ใช้เน็ตได้ ดูหนัง ดูทีวี ฟังวิทยุได้ครบหมด!
จากนี้ไป หวังว่าคณะทำงานจะเร่งเดินหน้าจัดการกับมือถือโทร.เกินร้อยเบอร์ต่อวัน ไปจนถึงที่โทร.บริเวณชายแดนผิดปกติ
เพราะฐานใหญ่ของแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ คือ ชายแดนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยดึงสัญญาณมือถือจากฝั่งไทย
การที่กสทช.เด้งรับคำสั่งจากนายกฯ เศรษฐา ฉับไว จะช่วยให้การหยุดยั้งอาชญากรรมยุคดิจิทัล รวดเร็วฉับไวด้วย!
ถ้ามองการแก้ปัญหาด้านปากท้อง ซึ่งเป็นทิศทางหลักของรัฐบาลชุดนี้
ที่เพิ่งประกาศสงครามล้างหนี้เงินกู้นอกระบบ จัดเป็นวาระแห่งชาติ ระดม 3 หน่วยงานใหญ่ร่วมจัดการ
ถือว่าจับจุดได้ตรงปัญหาที่มีความร้ายแรงมีผลต่อคนมากมาย
พร้อมๆ กันมีเสียงเรียกร้องรัฐบาลเศรษฐา ให้จัดการกับภัยมิจฉาชีพออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในระดับเป็นวาระแห่งชาติเช่นเดียวกัน
เป็นอีกปัญหาใหญ่ไม่แพ้เงินกู้นอกระบบ ที่กระทบต่อทรัพย์สินเงินทองของประชาชน ในทุกเวลานาที
ถ้ารัฐบาลเศรษฐาจัดการทั้ง 2 เรื่องใหญ่นี้ได้
จะเป็นผลงานทั้งด้านปากท้องและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน!
วงค์ ตาวัน