แฟนพันธุ์แท้ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังยึดมั่นในผู้นำอย่างนายชวน หลีกภัย คงยากจะทำใจได้ เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ล่าสุด เปลี่ยนไปอย่างไม่เหลือเค้าโครงเดิม เข้าสู่ยุคหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน พร้อมด้วยเลขาธิการพรรคคนใหม่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง
เปลี่ยนจากยุคสุขุมนุ่มลึก สมถะ พูดจาเชือดเฉือน มาเป็นยุคใจถึงพึ่งได้ พูดจาตรงไปตรงมา เป็นยุคของ “เสี่ยต่อ” หัวหน้าพรรคและ “นายกชาย” เลขาฯ พรรค
แต่คำถามก็คือ มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร!?
นั่นเพราะประชาธิปัตย์ถดถอยในสนามเลือกตั้งมาหลายครั้งหลายหน
ทั้งที่มีนายชวนนี่แหละเป็นเสาหลักในพรรค และมีหัวหน้าพรรคที่เป็นคนใกล้ชิดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาจนถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
โดยเฉพาะการพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งล่าสุด พฤษภาคม 2566 นั่นทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารใหม่!
มีสัญญาณที่บ่งบอกล่วงหน้าแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงการนำประชาธิปัตย์ครั้งนี้ จะเป็นการเปลี่ยนแบบไม่เหมือนเดิม
เพราะสส.ประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งล่าสุดคือ 25 คน
เป็นกลุ่มเพื่อนต่อหรือเครือข่ายของนายเฉลิมชัย ถึง 21 คน
ที่ยืนอยู่กับนายชวน นอกจากตัวนายชวนเองแล้ว ก็มีอีก 3 คนเท่านั้น
จึงเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่า ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน!
ในขณะที่ยุคของเครือข่ายนายชวน ไม่ได้ทำให้ประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง
จนกระทั่งวันนี้กลุ่มนายชวนเอง เหลือสส.เพียงแค่ 4 คน จาก 25 คน
มองอย่างนี้ ควรต้องยอมรับความจริง ยอมรับว่ามาถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนแปลง
แม้กลุ่มเสี่ยต่อ-นายกชาย จะถูกตีตราว่า ไม่ได้เล่นการเมืองแบบมีอุดมการณ์ แต่ก็เกิดคำถามว่า กลุ่มอุดมการณ์แบบเดิมนั้น จะเดินหน้าต่อไปได้หรือ!?
ความเป็นจริงบอกชัดว่า ประชาธิปัตย์ถึงจุดต้องเปลี่ยนตัวเพื่อหาทางกลับสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จให้ได้
เมื่อเปลี่ยนเป็นยุคเฉลิมชัย-เดชอิศม์แล้วจะดีขึ้นหรือยิ่งแย่ลง ยังไม่มีใครตอบได้ล่วงหน้า
ที่น่าคิดก็คือ ขณะที่สส.กลุ่มนายเฉลิมชัยไปโหวตสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ทำให้โดนอีกฝ่ายโจมตีว่า ทำทุกอย่างเพื่อจะไปร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย
แต่การไปร่วมรัฐบาลกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยที่แล้ว ก็น่าจะมีคำถาม
ไปร่วมแล้ว ดีขึ้นหรือแย่ลง ทำไมจึงได้สส.เข้าสภาลดน้อยลง
ก็คงต้องติดตามกันต่อไป อนาคตของประชาธิปัตย์ยุคเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม!!
วงค์ ตาวัน