วันเด็ก ซึ่งเป็นวันสำคัญของเด็กๆ ได้มีความสุขสนุกสนาน พ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกหลานไปร่วมกิจกรรม ไปเที่ยว ไปทานอาหาร แต่พร้อมๆ กันต้องระมัดระวังเรื่องการพลัดหลง ไปจนถึงการล่อลวง การลักพาตัว

ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) นครบาล ได้เสนอแนะมาตรการป้องกันลูกหลานสูญหายในเทศกาลวันเด็กนี้

1.ผู้ปกครองต้องจดจำรูปพรรณของลูก ส่วนสูง น้ำหนัก ตำหนิ สีเสื้อผ้า 2.ให้ถ่ายรูปล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ของลูกก่อนออกจากบ้าน 3.ทำป้ายชื่อ เบอร์ติดต่อครอบครัวติดตัวเด็กไว้ 4.สอนลูก หากพลัดหลง นัดเจอกันจุดไหน ให้ใครช่วยเหลือ 5.สอนลูก หากตกอยู่ในอันตราย มีคนจูงมือไป พร้อมตะโกนให้คนช่วย

ข้อแนะนำเหล่านี้อย่าได้มองข้าม ถ้าไม่อยากเสียใจในภายหลัง

ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้ออกมาเตือนถึงการลักพาตัวเด็กเพื่อไปเป็นขอทาน ว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อย

ปัจจัยเสี่ยงสูงสุด คือ การปล่อยเด็กวิ่งเล่นตามลำพัง ผู้ก่อเหตุจะใช้โอกาสนี้เข้ามาตีสนิทพูดคุยกับเด็กเมื่อเด็กอยู่ตามลำพัง ชวนไปกินขนม ไปเล่นเกมส์ แล้วลักพาไป!

ดังที่มีคำกล่าวว่า เพียงเสี้ยววินาทีที่พลาดเผลอ อาจเป็นความเสียใจไปตลอดชีวิต

จึงอย่าได้ประมาท โดยแน่นอนว่าเราต้องพาเด็กๆ ไปสนุกสนานในวันสำคัญนี้ พร้อมกับทำตามมาตรการที่ตำรวจเขาแนะนำเอาไว้

แต่ไม่ใช่กลัวเด็กพลัดหาย ก็เลยไม่ให้ออกจากบ้านไปไหนเลย นั่นก็คงจะแย่มากๆ สำหรับเด็กๆ

อีกทั้งเหตุเด็กหาย คงไม่ใช่แค่เฉพาะในวันเด็กวันเดียว

การลักพาเด็กไปเป็นเครื่องมือของอาชญากร รวมทั้งเด็กหนีออกจากบ้านเอง เกิดขึ้นมากมาย!!

ไม่กี่วันก่อน ตำรวจกก.ดส.ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เปิดสถิติรับแจ้งเด็กหายซึ่งพบว่าเพิ่มสูงมากขึ้น

โดยสาเหตุหลัก 58% หรือ 172 ราย คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน รองลงมาคือ กลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการช้า มีความพิการทางสติปัญญา สูญหาย 19% หรือ 56 ราย

รวมทั้งมีเด็กถูกลักพาตัว 5 รายในปีที่ผ่านมา

กลุ่มวัย 11-15 ปี มีความเสี่ยงในการหนีออกจากบ้าน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว!!

ทำให้เด็กไปให้ความไว้วางใจเพื่อนหรือคนที่เพิ่งรู้จักในโลกออนไลน์ มากกว่าคนในครอบครัว จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน

การหนีไปเองดังกล่าว ทำให้เด็กต้องไปเจอโลกภายนอกที่มากอันตราย ทั้งการคุกคามทางเพศ การหาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก การกระทำความรุนแรง

เป็นข้อมูลที่น่าคิด เป็นประเด็นที่ทุกบ้านควรตระหนักและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

บ่งบอกว่าเด็กหายไป เกิดได้ทุกวัน ถ้าไม่ป้องกันที่ต้นเหตุ

แต่สำหรับวันเด็กต้องป้องกันอย่างเข้มงวดด้วย!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน