เพิ่งผ่านเทศกาลปีใหม่มาได้ไม่นาน เผลอแป๊บเดียวตอนนี้ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมแล้ว ในขณะที่ปฏิทินทางการเมือง บ่งบอกว่า สัปดาห์ที่ 4 และ 5 ของเดือนนี้ มีวันสำคัญอย่างยิ่ง

โดยในวันที่ 24 มกราคม จะเป็นวันอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับหุ้นไอทีวี

ถัดมาในวันที่ 31 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย คดีนายพิธาและพรรคก้าวไกล เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายอาญา ม.112

จึงเป็น 2 คดีที่แวดวงการบ้านการเมืองพากันจับตา เพราะมีผลกระทบต่อผู้นำพรรคก้าวไกลและพรรคก้าวไกล

ความที่เป็นพรรคซึ่งมีกระแสสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่อย่างกว้างขวาง จึงต้องวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะตามมากันในหลายแง่มุม

ปลายเดือนมกราคม คงพากันเฝ้ามองปรอทวัดอุณหภูมิอย่างไม่กะพริบตา!!

แต่ถ้าดูประเด็นคำร้องของทั้ง 2 คดี บางทีก็ไม่ต้องไปหวั่นไหวกันมากเกินไป

คดีที่จะอ่านในวันที่ 24 มกราคม เป็นการร้องว่า นายพิธาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทไอทีวี ซึ่งประกอบกิจการสื่ออยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่

จะเป็นเหตุให้สภาพ สส.ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดหรือไม่!?!

ส่วนที่จะอ่านวันสิ้นเดือนนั้น เป็นการร้องว่า การเสนอแก้กฎหมาย ม.112 โดยใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง และยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ให้ศาลรัฐธรรมนูณวินิจฉัยว่า เข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ร้องให้ยุบพรรค ขอแค่ให้หยุดการกระทำ!

ไม่มีใครล่วงรู้คำวินิจฉัยได้ล่วงหน้า

แต่ถ้าถามนายพิธาและแกนนำพรรคก้าวไกล จะมั่นใจว่า ในการแสดงพยานหลักฐานและให้การต่อสู้คดีนั้น มีความหนักแน่นชัดเจน ว่าไอทีวีไม่ได้เป็นสื่อแล้ว จึงเชื่อว่าไม่มีความผิด

นั่นเป็นมุมหนึ่ง แต่ถ้ามองในอีกด้าน เอาในแง่หนักหนาที่สุด

ถ้าสมมติสรุปว่าไอทีวียังเป็นสื่ออยู่ และนายพิธาถือหุ้นสื่ออยู่ในวันรับสมัครเลือกตั้ง ก็น่าจะมีผลแค่สิ้นสุดสภาพสส.ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาเท่านั้น ไม่มีผลต่อการเลือกตั้งถัดไป!

แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายคำวินิจฉัยจะออกด้านไหนก็ยังไม่มีใครรู้ได้

ส่วนอีกคดี ทางฝ่ายก้าวไกลก็มั่นใจว่า ได้ต่อสู้คดีเพื่อยืนยันว่า ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง เชื่อว่าคดีนี้คงไม่มีความผิด

แต่ถ้ามองในอีกด้าน แง่หนักหน่วงสุด ตามกรอบคำร้อง ก็ไม่ได้ขอให้ศาลสั่งยุบพรรคก้าวไกล สมมติว่าผิดจริง ก็ไม่น่าจะไปถึงขั้นยุบพรรคแต่อย่างใด

ทั้งหลายทั้งปวงจะรู้จริงก็ในวันที่ 24 และ 31 มกราคม

ภายใต้หลักการที่ทั่วทั้งสังคมต้องยึดมั่นและเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม

เพียงแต่รวมๆ แล้ว เชื่อว่ายังไม่น่าไปถึงขั้นปรอทแตกอะไรขนาดนั้น!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน