มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท โดยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงยืนยันด้วยตัวเองหลังการประชุมวันที่ 10 เมษายนว่า ทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว โดยเฉพาะแหล่งที่มาของเงิน 5 แสนล้านบาท ไม่ต้องออกพ.ร.บ.กู้อีกแล้ว
เมื่อไม่มีการกู้จะลดปัญหาลงไปได้เยอะ ลดข้อทักท้วงข้อวิพากษ์วิจารณ์ ลดขั้นตอนที่จะต้องนำกฎหมายผ่าน 2 สภา
โดยภาพรวมแล้ว เป้าหมายการแจกเงินดิจิทัลนี้ เป็นไปตามหลักการเดิม
แจกให้กับคนอายุ 16 ปีขึ้นไป รวมแล้ว 50 ล้านคน แต่ต้องมีรายได้ไม่เกินเดือนละ 70,000 บาท หรือมีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 5 แสนบาท
ใช้ซื้อสินค้าทุกประเภท ยกเว้นสินค้าอบายมุข น้ำมัน บริการ และออนไลน์ และในพื้นที่อำเภอตามบัตรประชาชน
เปิดลงทะเบียนไตรมาส 3 ประมาณเดือนกรกฎาคม เริ่มแจกให้ประชาชนในไตรมาส 4 หรือประมาณตุลาคม!
แน่นอนว่า เพราะการขยับเขยื้อนเลื่อนเวลา ทำให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์
โดยเฉพาะฝ่ายที่จับจ้องโจมตี ถล่มมาตลอดว่า โครงการนี้คงทำไม่ได้จริง คงล้มแน่
พอรัฐบาลมีข้อสรุปว่า ทำได้แน่ แจกแน่ปลายปีนี้ ก็ตั้งข้อสังเกตนั่นนี่อีกหลายประการ จะต้องตีความกฎหมายอีก!?
ไปจนถึงบอกว่า เห็นหรือไม่ ทายเอาไว้แล้วว่าจะต้องใช้เงินจากงบประมาณปีนี้และปีหน้า และเงินธ.ก.ส.
ที่สำคัญเคยพูดก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลคงทำไม่ได้ โจมตีมาตลอดว่ารัฐบาลยอมรับเถอะว่าโครงการนี้ล้มแล้ว กลับไม่กล่าวถึงและไม่ยอมรับว่าเดาผิดมาแล้ว!!
จึงต้องบอกว่า คนที่สกัดขัดขวางรัฐบาล ก็คงต้องหาช่องมาโจมตีต่อไปไม่สิ้นสุด
แต่สำหรับประชาชนที่รอเงินก้อนนี้อยู่ อาจจะหงุดหงิดที่ล่าช้า แต่สุดท้ายเมื่อได้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน
ประชาชนที่ยากลำบาก จะได้รับเงิน 1 หมื่นบาท สำหรับจับจ่ายสินค้า
โดยเหตุที่ต้องแจกผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ใช่แจกเงินสด เพราะต้องการให้ตรงเป้าหมายคือเอาไปซื้อสินค้า เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบครั้งใหญ่!
ถ้าให้เป็นเงินสดจะควบคุมการจับจ่ายไม่ได้ อาจเอาไปซื้อยาบ้า เอาไปใช้หนี้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าขาย
อีกทั้งเพื่อปูทางไปสู่การสร้างระบบเงินดิจิทัลให้กับสังคมไทยในอนาคต เพื่อขจัดเงินนอกระบบ เงินสีเทา
ส่วนประเด็นที่สงสัยกันมากว่า เงื่อนไขต้องมีเงินในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท จะเริ่มนับเมื่อไหร่
แถมมีกระแสแห่กันถอนเงินออกจากบัญชี เพื่อให้เข้าเงื่อนไขได้รับดิจิทัลวอลเล็ต
อันที่จริงนายกฯ เศรษฐาเคยพูดเอาไว้ว่า จะถอนเงินเพื่อให้ได้รับ 1 หมื่นบาทก็ไม่ว่ากัน
เพราะรัฐบาลต้องการแจกเงินนี้ให้ประชาชนได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดการจับจ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ได้จริง!
วงค์ ตาวัน