มีคำเตือนจากแพทย์หลายราย เช่น นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้ง นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ที่ระบุว่า ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งสูงขึ้น
เพื่อเรียกร้องให้คนไทยหันมาใส่ใจป้องกันตัวเองจากโควิดอย่างเข้มงวด ในช่วงระยะนี้
คงเป็นเพราะในช่วงเทศกาลหยุดยาว เทศกาลท่องเที่ยวสนุกสนาน มีการรวมกลุ่มของประชาชนจำนวนมากในสถานที่เล่นสาดน้ำสงกรานต์ต่างๆ
คงนึกภาพกันออก อย่างเช่น ตามร้านอาหาร นั่งกันแออัด ดื่มกินกันเฮฮา
ไปจนถึงการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ในช่วงหยุดยาว นั่งเครื่องบินกันยาวๆ อะไรเหล่านี้
ทำให้โควิดกลับมาระบาด เป็นของฝากจากเทศกาลสงกรานต์!
ตัวเลขของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด ระหว่างวันที่ 14-20 เมษายน 2567
ระบุว่า ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 1,004 ราย
เฉลี่ยมีผู้ติดโควิดเข้ารักษาตัวตามโรงพยาบาล วันละ 143 ราย
นี่เฉพาะตัวเลขคนติดโควิดที่เข้าโรงพยาบาล แต่ที่ติดเชื้อนอกเหนือจากนี้ อาจจะมีจำนวนมาก
เพียงแต่หมอก็ยืนยันว่า โควิดในปัจจุบัน ลดความรุนแรงลงไปมาก พยายามรักษาร่างกายให้ดี กินยาไปตามอาการ อาจไม่ถึงขั้นต้องใช้ยาต้านโควิดก็ได้!!
เอาเป็นว่า เป็นข้อมูลที่ต้องนำมาเตือนให้รับรู้โดยทั่วกัน
ระยะนี้เข้าสถานที่ผู้คนแออัด คงจำเป็นต้องสวมแมสก์ ล้างมือบ่อยๆ เจอที่ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ ก็พ่นฆ่าเชื้อ อย่าได้ประมาท
โดยเฉพาะตามโรงพยาบาล คุณหมอแนะนำว่า ช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้า
มีนัดหมอที่พอจะเลื่อนได้ ก็ควรเลื่อนนัดออกไปก่อน!!
เนื่องจากระยะนี้ในโรงพยาบาล มีคนติดเชื้อโควิดเข้ามารักษาตัวกันมาก
แต่แน่นอนว่า โควิดคงไม่ย้อนกลับไประบาดรุนแรงเหมือนเมื่อ 4-5 ปีก่อน
คงไม่ต้องใช้มาตรการควบคุมป้องกันอย่างโกลาหล
เพราะยังต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจ กิจกรรมค้าขายและการรื่นเริงของมนุษย์ต้องดำเนินต่อไป
ทุกวันนี้เศรษฐกิจโลกยังเซื่องซึมด้วยผลกระทบจากช่วงวิกฤตโควิดอยู่เลย กำลังเร่งกระตุ้นกันทุกทาง
เพียงแต่ทุกคนต้องรู้ว่า ของแถมจากสงกรานต์คือโควิด ต้องเข้มงวดดูแลตัวเองกันให้มากหน่อย!
วงค์ ตาวัน