สถานการณ์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเวลานี้ มีข้อน่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่า ในแผงข้าราชการตำรวจระดับพล.ต.อ. หรือระดับ ผบ.ตร. ลงมาถึง รองผบ.ตร. อยู่ในสภาพขาดแคลนเป็นอย่างมาก พูดง่ายๆ ว่า เหลือกันอยู่แค่ไม่กี่คน
ระดับพล.ต.อ. หมายถึง ผบ.ตร. กับรองผบ.ตร.อีก 5 คน และจเรตำรวจแห่งชาติอีก 1 ซึ่งบัดนี้ไม่เต็มจำนวน!?
แต่ในเวลานี้ ผบ.ตร.คือพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล โดนย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกฯ
รองผบ.ตร. 2 ราย คือพล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ย้ายไปเป็นเลขาธิการสมช. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ ยังไม่รู้ผลแน่ชัด
ขณะเดียวกันพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร.ก็ต้องไปทำหน้าที่รักษาการแทนผบ.ตร.
จึงเหลือรองผบ.ตร.ที่ทำหน้าที่ขณะนี้ คือ พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช กับพล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ และพล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ แค่ 3 คน!!
รวมๆ แล้ว ระดับรองผบ.ตร.กับจเรตำรวจ จาก 6 คน ตอนนี้เหลือแค่ 3 หายไปครึ่งหนึ่ง
การแบ่งงานเพื่อกำกับรับผิดชอบสายงานต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีปัญหา มีความขาดแคลน!
แต่ไม่สามารถแต่งตั้งรองผบ.ตร.คนใหม่ขึ้นมาทดแทนที่ว่างลงได้
เพราะกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน
เท่ากับว่าจะไม่สามารถแต่งตั้งผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นมาทดแทน รองผบ.ตร.ที่ว่างลงได้ จนกว่าจะถึงต้นเดือนตุลาคม
ดังนั้นการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลกลางปี ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็เลยไม่สามารถทำได้
แต่งตั้งได้เพียงนายพลที่ใกล้เกษียณ หรือแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ
ส่วนตำแหน่งหลักโดยเฉพาะรองผบ.ตร. ต้องรอไปก่อน!?!
ทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในระดับบนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมาก
เป็นประเด็นที่น่าคิดพิจารณาอย่างยิ่ง
แน่นอนว่า เมื่อกฎก.ตร.ใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ยังไงก็ต้องรอถึงต้นเดือนตุลาคม จึงจะแต่งตั้งได้
พียงแต่ระยะนี้จะทำอย่างไร ในการแก้ปัญหาระดับรองผบ.ตร.ที่หายไปครึ่งหนึ่ง!?
เป็นประเด็นที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ผู้กำกับดูแลงานตำรวจ รวมทั้งก.ตร. ต้องช่วยกันขบคิด หาทางออก
เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารองค์กรตำรวจ มีผลต่อการทำงานเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน!!
วงค์ ตาวัน