เป็นข่าวที่ชวนหดหู่จริงๆ กรณีเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง เข้าจับกุมนักค้ายาบ้า ในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ใน ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นหญิงอายุ 30 ปี ซึ่งไหวตัววิ่งหลบหนีไปได้ทัน

ตัดสินใจหนี โดยทิ้งลูกน้อยวัย 1 ขวบ และ 4 ขวบไว้ในบ้าน ร้องไห้เรียกหาแม่กันระงม!

อีกทั้งหญิงรายนี้เป็นคนจากภาคอีสาน จึงไม่มีญาติพี่น้องในพื้นที่ ยังไม่รู้ว่าเด็กทั้งสองคนจะอยู่ต่อไปอย่างไร

ขณะที่สามีติดคุก เมียก็เลยรับช่วงมาค้าต่อจนโดนบุกจับ

ข่าวบอกด้วยว่า เบื้องหลังมาจากการจับกุมหญิงวัย 27 ปีรายหนึ่ง ติดยาบ้างอมแงมและขอเข้ารับการบำบัดรักษา พร้อมกับให้ข้อมูลว่าซื้อยามาจากไหน

จึงเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อผู้เสพยอมเข้าบำบัด พร้อมกับให้ความร่วมมือบอกแหล่งซื้อยา เป็นประโยชน์ในทางคดี!!

นโยบายนำผู้เสพมาบำบัด แยกจากผู้ค้า ดีกว่าเอาไปขังคุกจนเต็มล้น

เป็นนโยบายที่ถือว่าดี แต่ก่อนหน้านี้มีประเด็น ขยายความคำว่าผู้เสพ โดยมียาบ้าได้ถึง 5 เม็ด

5 เม็ดนี้แหละ กลายเป็นโดนโจมตีจากสังคมอย่างหนัก แถมโจมตีแบบละเลยข้อเท็จจริง แต่ก็โถมถล่มตีจนเละ

สุดท้ายเมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข มาสู่ยุคนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เลยได้จังหวะเปลี่ยนกฎกระทรวงใหม่ เลิกแล้ว 5 เม็ด

ตอนนี้กำลังร่างกฎกระทรวงใหม่ แก้จำนวนครอบครองยาบ้า กำลังจะนำเผยแพร่เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชน เป็นเวลา 15 วัน!

ตามคำกล่าวของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน พูดถึงความสับสนของสังคม ต่อกรณียาบ้า 5 เม็ด

โดยเน้นย้ำว่า การแยกผู้เสพจากผู้ค้าก็ส่วนหนึ่ง

แต่โดยกฎหมายแล้ว มียาบ้าแค่เม็ดเดียวก็มีความผิดแน่นอน

รวมทั้งจะลดจำนวนยาบ้าที่เข้าข่ายผู้เสพลงมาเหลือเม็ดเดียว เพื่อให้ทั้งสังคมเกิดความสบายใจ!

ส่วนรัฐมนตรีสมศักดิ์ ก็ยืนยันว่า เรื่องเสพเป็นปลายน้ำ

แต่การปราบปรามตั้งแต่ต้นน้ำคือการนำเข้าจากแหล่งผลิตในต่างประเทศ จนถึงกลางน้ำคือผู้ค้าในประเทศ จะต้องเป็นเรื่องหลัก

ทั้งจะเร่งสืบจับถอนรากถอนโคน มียาบ้าแค่ครึ่งเม็ด ถ้าเป็นผู้ค้าก็จะต้องเอาผิดหนักถึงยึดทรัพย์

ฟังจากนายกฯ เศรษฐาและรัฐมนตรีสมศักดิ์แล้ว การปราบปรามต้องเป็นเรื่องหลัก ให้สังคมปลอดภัยจากยานรก

ส่วนการแยกผู้เสพและบำบัดก็ทำควบคู่กันไป

แถมคนเข้าบำบัดคงพร้อมร่วมมือบอกแหล่งค้าด้วย!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน