การประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีความคืบหน้าสำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ชาวบ้านรอคอยกันมาก เป็นความหวังในการจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่
โดยครม.มีมติให้ความเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 จำนวน 122,000 ล้านบาท เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ
เพื่อโครงการแจก 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตนั่นเอง!
กำหนดเวลาที่รัฐบาลวางเอาไว้ เริ่มลงทะเบียนในไตรมาส 3 หรือราวกรกฎาคม เริ่มแจกจริงในไตรมาส 4 หรือตุลาคมเป็นต้นไป
คงเดินหน้าไปตามไทม์ไลน์นี้แน่นอน
ดังนั้นที่ 40 สว.ไปยื่นร้องให้ถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ทำเอาชาวบ้านหงุดหงิดกันทั้งเมือง เพราะโครงการรัฐบาลกำลังเดินหน้า จะมาหาเรื่องให้สะดุดไปทำไม!?
แต่อย่างน้อยเมื่อครม.ล่าสุด เห็นชอบกับการนำงบฯ ปี 67 จำนวนกว่าแสนล้านบาท มาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
เป็นย่างก้าวชัดเจนว่า ดิจิทัล 1 หมื่นบาท เดินหน้าเต็มที่
เมื่อรอสมทบกับงบประมาณปี 2568 ที่กำลังจะคลอดในอีกไม่กี่เดือน ดูแล้วโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ถึงมือประชาชนตามกำหนดแน่ๆ!!
ประชาชนคนไทยที่อายุ 16 ปีขึ้นไป มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 5 แสนบาท มีเงินเดือน เดือนละไม่เกิน 7 หมื่นบาท ที่คาดว่าจะราว 40-50 ล้านคน
เริ่มวางแผนใช้เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท กันแล้ว เพราะเชื่อมั่นว่าไม่ล่ม ไม่เลื่อน!!
อย่างที่รู้กันดีว่า รัฐบาลเศรษฐา เน้นแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนเป็นเป้าหมายใหญ่
คนที่ยึดมั่นจุดยืนทางการเมือง จะไม่ยอมรับรัฐบาลนี้ เพราะไปประนีประนอมกับอำนาจเก่า
คนส่วนนี้มองกันว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ต้องแก้ที่โครงสร้างทางการเมือง ต้องไม่อ่อนข้อกับอำนาจเดิมๆ
แต่คนที่มองปัญหาเศรษฐกิจ มองชีวิตความเป็นอยู่เป็นเรื่องหลัก จะตั้งความหวังกับรัฐบาลเศรษฐาอย่างมาก!
ดังนั้นกรณีสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำโพลแล้วผลออกมาพบว่า ประชาชนพอใจในผลงานของรัฐบาลนี้อย่างสูง ชื่นชมในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ มาเป็นอันดับ 1
บ่งบอกว่า มุมมองของชาวบ้านนั้น มีความแตกต่างหลากหลาย
คนรุ่นใหม่จะชิงชังรัฐบาลนี้เพราะไม่เชื่อในแนวทางประนีประนอมทางการเมือง แต่คนวงกว้าง จะชื่นชมนายกฯ นักบริหารธุรกิจ เชื่อว่าจะมาบุกเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้
ผลโพลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ บอกให้เห็นว่าประชาชนที่ให้ความสำคัญเรื่องปากท้อง มีความพึงพอใจรัฐบาลนี้ไม่น้อย
น่าคิดว่า เมื่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตออกมาใช้จริงเมื่อไหร่
คงจะได้เห็นทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับกระตุ้นเรตติ้งรัฐบาลเศรษฐา ให้ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปในตัวด้วย!
วงค์ ตาวัน