ในการพบปะกับชาวบ้าน ที่อำเภอขุขันธ์ ศรีสะเกษ ระหว่างการเดินสายของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ไปหลายจังหวัดภาคอีสาน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีเสียงเรียกร้องของประชาชน ถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท
ทำให้ชาวบ้านพากันปรบมือกันอย่างพึงพอใจ เมื่อนายกฯ เศรษฐายืนยันว่า แน่นอน ปลายปีนี้ได้รับแน่ๆ!
คงคล้ายๆ กันกับหลายๆ พื้นที่ เมื่อนายกฯ เดินทางไปพบกับชาวบ้าน เร่งรัดการพัฒนาโครงการต่างๆ จะต้องได้รับเสียงเรียกร้องดิจิทัลวอลเล็ต
เป็นความหวังของประชาชนที่อยู่ในภาวะฝืดเคือง และเป็นความหวังของรัฐบาลเองด้วย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แบบรุนแรง
ทั้งหลายทั้งปวง รัฐบาลเศรษฐา คงเดินหน้าโครงการนี้แบบไม่มีถอยอีกแล้ว ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะเริ่มเปิดลงทะเบียนได้ ก่อนเริ่มแจกจริงหลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป!!
ก่อนหน้านี้ในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2568 ที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดนรุมถล่มในสภาอย่างหนักหน่วง
แต่ต่อมาเมื่อนายกฯ และทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เน้นย้ำว่า ทำได้และทำแน่นอนในปลายปีนี้
ทำให้ชาวบ้าน ผู้ประกอบการร้านค้า ธุรกิจต่างๆ ค่อยโล่งอกโล่งใจ
เพราะคนที่อยู่ในข่ายได้รับเกือบ 50 ล้านคน ตั้งเป้าเอาไว้แล้ว แต่ละครอบครัวจะได้รวมๆ กันกี่หมื่น จะซื้อหาอะไรเข้าบ้าน ของจำเป็นที่ยังขาดแคลน
ส่วนร้านค้า ธุรกิจต่างๆ ผู้ค้าขายหนังสือหนังหา ตระเตรียมโปรโมชั่นจูงใจประชาชนที่จะได้เงินหมื่นล่วงหน้ากันแล้ว!!
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเสียงจากสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีตฟู้ด
นายกสมาคมได้ออกมาพูดถึงมาตรการของรัฐบาลในการตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไปอีก 3 เดือน ช่วยให้ภัตตาคารร้านอาหารต่างๆ ยังไม่ต้องปรับขึ้นราคา
แต่พร้อมๆ กันก็ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง
แน่นอนว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลเศรษฐาที่จ่อรออยู่คือ ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท!
ขณะเดียวกัน นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ก็เคลื่อนไหว
ขอให้รัฐบาลพิจารณาให้สามารถนำเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท มาใช้จ่ายในแพลตฟอร์มของอีคอมเมิร์ซสโตร์ได้ด้วย
เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของผู้บริหารธุรกิจไลน์แมน วงใน
กำลังเร่งประสานกับกระทรวงการคลัง ด้วยความหวังว่าจะสามารถเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทได้ เพราะฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นสินค้าจำเป็น ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย
แน่นอนว่า เสียงคัดค้านท้วงติงที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลเศรษฐาสมควรต้องรับฟังนำมาปรับแก้ อย่างเช่น การซื้อสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นสินค้านำเข้า อะไรเหล่านี้
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร โครงการนี้ต้องออกมาให้ได้ในปลายปีนี้ เพื่อชาวบ้าน 50 ล้านคนที่รออยู่!!
วงค์ ตาวัน