ปลายสัปดาห์ที่แล้ว นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เดินทางไปยังภูเก็ต หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ โดยเป็นการไปดูปัญหาด้วยตัวเอง และเพื่อรับฟังเสียงของชาวบ้านในพื้นที่

จุดสำคัญสุด นายกฯ ไปเอง ก็เพื่อจะได้ตัดสินใจแก้ปัญหาได้ตรงจุดและอย่างรวดเร็ว!

ด้วยความที่ภูเก็ตเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าและความสะดวกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รวมทั้งปัญหาต้องไม่เกิดซ้ำซาก

ดังนั้นเมื่อนายกฯ เศรษฐาลงไปดูเอง สั่งการเรื่องเร่งทำฟลัดเวย์ ทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังรุนแรง

แถมยังไปดูปัญหาการจราจรในเมือง เร่งการทำอุโมงค์ทางลอด

ลงไปเองเพื่อการตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วฉับไวเช่นนี้

ทำเอาชาวบ้านในพื้นที่ถึงกับร้องไห้

รู้สึกขอบคุณที่นายกฯ มาเอง สั่งการเอง ความทุกข์ร้อนจะได้ผ่านพ้นไปได้!!

นี่อาจจะเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมนายกฯ เศรษฐา เน้นการเดินสายไปยังพื้นที่ต่างๆ ไม่ค่อยนั่งบริหารงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาล

ก็เพราะถ้าเป็นเรื่องสำคัญ รอให้แก้ปัญหาตามขั้นตอนตามระบบ คงจะเต็มไปด้วยการติดขัดนั่นนี่มากมาย!?!

เช่นเดียวกับที่ นายกฯ เศรษฐา มักเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปเปิดประตูการค้าการลงทุน ก็โดนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมต้องไปด้วยตัวเอง

เรื่องนี้ถ้าไปถามนักธุรกิจใหญ่ๆ ระดับทุนข้ามชาติ จะได้คำตอบว่า การที่ผู้นำประเทศไปเอง คุยเอง ถูกต้องที่สุด

เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกฝืดเคือง สงครามใหญ่ 2 สมรภูมิยังคาราคาซัง การจะไปลงทุนทำอะไร ต้องคิดแล้วคิดอีก

ดังนั้นในทุกการเจรจาในภาวะเช่นนี้ ทุกรายจะต้องขอเงื่อนไขพิเศษ ขอต่อรอง!?

การที่นายกฯ เศรษฐาไปเอง ก็ตัดสินใจอะไรต่างๆ ได้เอง เงื่อนไข ข้อเสนอเหล่านั้น ทำได้หรือไม่ สามารถให้คำตอบได้เดี๋ยวนั้น

ไม่เช่นนั้น ตัวแทนรัฐบาลไปคุย รับข้อเสนอ แล้วต้องกลับมาประชุมกับนายกฯ ในไทยอีกรอบก่อน ล่าช้าแบบนี้ เขาก็คงเบนไปคุยกับประเทศอื่นแล้ว

นี่คือคำตอบว่า นายกฯ ไปต่างประเทศเอง เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง

แต่แน่นอน ทุกอย่างต้องมีความพอดี การบริหารในทำเนียบรัฐบาลก็จำเป็น

เพียงแต่ภาวะที่เศรษฐกิจทรุดหนัก ความจำเป็นของการเปิดประตูการค้าทั่วโลก จึงมีมากกว่า เช่นเดียวกับปัญหาของชาวบ้านในหลายๆ จังหวัด

หรือว่าเรายังคุ้นตากับนายกฯ ที่ชอบนั่งอ่านแฟ้มในห้องทำงานและมักตอบคำถามปัญหาต่างๆ ว่า ยังไม่ได้รับรายงานครับ!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน