อีกไม่กี่วัน การเมืองไทยจะเข้าสู่ช่วงสำคัญ วันศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสิน คดีร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งยังไม่มีใครรู้จริงว่า เสียงส่วนใหญ่ของตุลาการ จะชี้ออกมาในทิศทางไหน จะยุบหรือจะรอด ต้องรอวันที่ 7 สิงหาคม

ถ้าหากศาลชี้ว่าไม่ยุบ พรรคก้าวไกลก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้ายุบ ต้องย้ายสส.ไปสู่พรรคใหม่ โดยยังก้าวเดินต่อไป ไม่ว่าจะใช้ชื่อพรรคใหม่ว่าอะไร จุดยืนอุดมการณ์ก็ยังดังเดิม

มวลชนสีส้ม ยังสนับสนุนแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยน!

แต่ช่วงโยกย้ายถ่ายเทสส.นี่แหละ อาจจะเกิดความอลหม่าน จะถูกพรรคการเมืองบางพรรค จ้องดูดจ้องซื้อสส. เพียงแต่คงได้ไปไม่มากนัก

จึงไม่น่าแปลกใจที่บางพรรคขนาดกลางๆ ปลุกปั่นกันภายในว่า รอก้าวไกลโดนยุบ แล้วเราจะได้สส.มาเพิ่มหลายสิบ สามารถท้าชิงเก้าอี้นายกฯ ได้

ซึ่งน่าจะออกแนวเพ้อมากกว่า!!

ถัดจากคดีพรรคก้าวไกล อีกสัปดาห์ถัดไป เป็นคิวตัดสินคดีถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง

ดูอาการของนายกฯ เศรษฐา ยังนิ่งๆ เดินหน้าทำงานอย่างคงเส้นคงวาต่อไป

ภายในรัฐบาล ภายในพรรคเพื่อไทย ยังเชื่อมั่นว่า คำชี้แจงข้อกล่าวหา น่าจะมีน้ำหนักให้ศาลรัฐธรรมนูญรับฟังได้!

จึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวตระเตรียมการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ไม่มีการจัดนายกฯ สำรอง วิ่งวอร์มข้างสนาม แต่อย่างใดทั้งสิ้น!!

แม้แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่โดนปั่นให้เป็นนายกฯ สำรอง มีการปั่นกระแสปฏิญญาเขาใหญ่ ก็ยังต้องออกมายืนยันว่า เป็นไปไม่ได้

โดยเน้นย้ำ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล มี 141 สส. ดังนั้นถ้ามองในมุมที่ร้ายที่สุด เก้าอี้นายกฯ ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยอยู่ดี

พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง จะได้โควตานายกฯ ได้อย่างไร ทั้งนายอนุทินก็ยังเชื่อว่า สถานการณ์ของนายกฯ เศรษฐาไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

ความจริงคำอธิบายของนายอนุทิน เป็นการกระตุกให้ทุกคนดูตัวเลขที่เป็นจริง ดูข้อมูลข้อเท็จจริง ก่อนจะไปเชื่อตามนักวิเคราะห์นักปั่นสถานการณ์!?

พรรคเพื่อไทยมี 141 เสียง อยู่ๆ จะไปยกเก้าอี้นายกฯ ให้พรรคที่มี 71 สส. เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

อาจจะมีกระแส การดูสส.จากก้าวไกล ถ้าโดนยุบพรรค แต่จะโดนยุบหรือไม่ ทั้งเป็นเรื่องยากที่จะดูดนักการเมืองคนรุ่นใหม่ ถ้าพรรคแตกจริงๆ ก็คงดูดกันได้ไม่ถึงหลักสิบ

ดังนั้นบทสรุปของนายอนุทินที่ว่า การเมืองยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

ยิ่งบทสรุปของนายกฯ เศรษฐา ยิ่งยืนยันว่า รัฐบาล 314 เสียง จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การปรับครม.ยังจะไม่มีด้วยซ้ำ

แต่ทั้งหมดต้องรอดูของจริง ในวันที่ 7 และ 14 สิงหาคม ว่าการเมืองจะร้อน หรือจะสงบนิ่ง

เพียงแต่ฝ่ายรัฐบาล ดูมั่นอกมั่นใจว่า เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน