ความจริงต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ว่า การประชุมสภาผู้แทนฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เพื่อโหวตแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 นั้น

เป็นการประชุมที่ใช้เสียงสส. ผู้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเท่านั้น เป็นผู้โหวต!

การลงมติให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ ไม่มีสว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจกลุ่มเดียว เข้ามามีสิทธิ์แต่อย่างใด

นับจากใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นต้นมา มีการให้อำนาจสว. เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งนายกฯ ถึง 3 ครั้งมาแล้ว

จนมาวันนี้ เมื่อบทเฉพาะกาลให้อำนาจสว.ในเรื่องนี้จบสิ้นไป พร้อมกับหมดวาระของสว.ชุดนั้น

ประชาชนคนไทยจึงสบายอกสบายใจที่สุด กับบรรยากาศการโหวตแต่งตั้งนายกฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา!!

เพราะเราไม่ต้องมาเห็นการเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องของเหล่าวุฒิสมาชิก

เป็นเรื่องการใช้สิทธิ์เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ โดยผู้แทนราษฎรล้วนๆ

ยิ่งไม่ต้องเห็นบทบาทของ 250 สว. โดยเฉพาะกลุ่มสว.ตัวตึง คอยสกัดขัดขวางประชาธิปไตย ยิ่งทำให้มีความสุข!

การโหวตให้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เป็นนายกฯ ผู้ให้ความเห็นชอบ เป็นสส.ฝ่ายรัฐบาล และสส.ฝ่ายค้าน อีก 9 เสียง ขณะที่พรรคหลักของฝ่ายค้าน ไม่เห็นชอบ

เป็นเรื่องของสส.ที่มาจากการเลือกตั้งล้วนๆ จึงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก!

จึงต้องบอกว่า เป็นการโหวตที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ ในการปลดพ้นอำนาจของเครือข่ายรัฐประหาร

การหมดสิ้นวาระของ 250 สว. ตั้งแต่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นมา จึงน่ายินดีปรีดาอย่างยิ่ง

เพียงแต่ในช่วงที่การเลือกสว.ชุดใหม่ยังล่าช้า ทำให้ 250 สว.ชุดดังกล่าวยังได้ทำหน้าที่รักษาการต่อ

ที่น่าเศร้าคือ การไม่รักษามารยาท ไม่รู้ควรว่า ช่วงรักษาการ ไม่ควรทำหน้าที่เกินงาม!

สว.ชุดนี้จำนวน 40 ราย ได้เข้าชื่อยื่นถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่อยู่ในช่วงรักษาการก็ยังออกฤทธิ์เดช

นั่นได้ทำให้การเมืองไทยต้องสะดุด กระทบความเชื่อมั่นไปทั่วโลก

ทำให้นานาชาติมองว่า การเมืองไทยยังจมอยู่ในวังวนเดิมๆ วังวน สว.และอำนาจองค์กรอิสระ!

จนต้องมาเลือกนายกฯ กันใหม่ มาตั้งรัฐบาลกันใหม่ในวันนี้

ดังนั้นที่คนไทยรู้สึกกันมาก ในวันโหวตนายกฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ดีที่สุด ที่ไม่ต้องเห็นบทบาท สว.แทรกแซงนายกฯ อีกแล้ว!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน