พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยมีผู้ต้องราชทัณฑ์หลายหมื่นคน ที่ได้รับประโยชน์จากพระราชกฤษฎีกาครั้งนี้
รวมถึงนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการพักการลงโทษ เป็นผู้ที่ได้รับการอภัยโทษด้วย โดยเป็นการปล่อยตัวพ้นโทษทันที!!
เท่ากับว่า ไม่ต้องรอไปถึงวันที่ 31 สิงหาคม ตามกำหนดพ้นโทษเดิมแล้ว
ผลที่ตามมาทำให้เราได้เห็นนายทักษิณ ปรากฏตัวต่อที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง เดินทางไปไหนมาไหนอย่างเป็นอิสระ เพราะเป็นผู้บริสุทธิ์พ้นโทษไปแล้ว
เหลือแค่คดีที่ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ถูกข้อหา 112 ซึ่งเพิ่งเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล ยังไม่มีการตัดสินว่าถูกหรือผิด!
เป็นจังหวะเดียวกับที่การเมืองไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
เป็นจังหวะที่นายทักษิณ ติดปีก มีอิสระเต็มที่
คงได้เห็นอดีตนายกฯ ทักษิณ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาใหญ่ของนายกฯ อุ๊งอิ๊งอย่างเต็มกำลัง!!
แน่นอนว่า ความเป็นอดีตนายกฯ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจกว้างไกล มีคอนเน็กชั่นกว้างขวางทั่วโลก
น่าจะช่วยปรึกษาหารือ เฟ้นมาตรการเด็ดในด้านการฟื้นเศรษฐกิจ ที่เป็นปัญหาใหญ่สุดในเวลานี้!
ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เป็นแนวทางสำคัญที่พรรคเพื่อไทยชูมาตลอด
การเมืองประนีประนอมกับทุกฝ่าย เพื่อจะได้โชว์ฝีมือด้านเศรษฐกิจ
แต่สถานการณ์ที่ฝืดเคืองไปทั่วโลก ทรุดหนักมาตั้งแต่โควิด ต่อเนื่องด้วยสงครามหลายสมรภูมิทั่วโลก
เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ยังเกิดภาวะข้าวยากหมากแพงไปทั่ว
ในยุคอุ๊งอิ๊งยังต้องฝ่าด่านหินในเรื่องนี้ให้ได้ แต่ก็ยังพออุ่นใจเมื่อมีที่ปรึกษาใหญ่มากประสบการณ์
แต่จะทำได้จริงแค่ไหน จะเป็นคำตอบว่ารัฐบาลอุ๊งอิ๊งจะไปได้ไกลแค่ไหน
ที่สำคัญอีกประการ ศัตรูทางการเมืองของอดีตนายกฯ ทักษิณ คงจับจ้องทุกย่างก้าว พร้อมจะเล่นงานทั้งพ่อและลูกทุกเวลานาที
เป็นอีกอุปสรรคใหญ่ที่จะต้องระวังอย่างรอบด้าน
ทั้งต้องเร่งกู้ปากท้องชาวบ้านให้ได้ และต้องฝ่ากับดักทางการเมืองให้ได้
การเมืองไทยในยุคทักษิณ-อุ๊งอิ๊ง จะเต็มไปด้วยเรื่องท้าทายอย่างมาก!
วงค์ ตาวัน