ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นั้น นายกฯ คุมงานด้าน ตำรวจเอง นั่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือก.ตร.ด้วยตัวเอง แต่ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ชัดเจนว่า ต้องมีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง
เพื่อมาดูแลงานด้านกิจการตำรวจและทหาร เป็นประเด็นที่เข้าใจได้ไม่ยาก
ไม่ใช่ว่านายกฯ ไม่เก่งกาจสามารถ แต่เป็น ข้อจำกัดบางประการ ซึ่งไม่ใช่ข้อด้อยแต่อย่างใด!
แต่จำเป็นต้องมี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อดูแลงานด้านตำรวจและทหาร เพื่อแบ่งเบาภาระของ นายกฯ หญิง
รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เลยเป็นประเด็นที่น่าสนใจในการจัดรัฐบาลชุดใหม่
ทำให้มีใครต่อใคร พยายามเสนอตัวเอง เพื่อเข้ามาสู่ตำแหน่งนี้ ขอเป็นรองนายกฯ ดูตำรวจและทหาร!?!
นี่แหละ เป็นเหตุให้ใครบางคน เคลื่อนไหวอย่าง โครมคราม
โดยมองข้ามความจริงที่ว่า เป็นเก้าอี้ที่มีความสำคัญ ซึ่งพรรคเพื่อไทย แกนหลักรัฐบาล จะต้องดูแลเอง
รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ผ่อนเบาภาระของ นายกฯ หญิงอุ๊งอิ๊ง ในกิจการทหารและตำรวจ ต้องใช้คนของเพื่อไทยเอง!
มีแนวโน้มสูงมากว่า จะต้องเป็นมือเก๋าของเพื่อไทย
น่าจะต้องระดับ ภูมิธรรม เวชยชัย ประมาณนี้!!
แต่ใครบางคนอาจจะไม่เข้าใจ ความเป็นจริงข้อนี้
ก็เลยไม่พอใจ ออกโรงส่งเสียงดังๆ สุดท้ายก็คงเข้าทำนอง ไม่มีอะไรในกอไผ่
เอาเข้าจริงๆ ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้!?
ดังนั้นรัฐบาลอุ๊งอิ๊งอย่าได้เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะปัญหาใหญ่ของชาวบ้านมากมายรออยู่
คงต้องเร่งเดินหน้า เพื่อเข้ามาบริหารงานบ้านเมือง เร่งแก้เศรษฐกิจปากท้องประชาชนโดยเร็วไว เป็นเรื่องใหญ่สุดในเวลานี้
ส่วนงานด้านความมั่นคง ทั้งกิจการทหารและตำรวจ มอบหมายให้แกนนำของเพื่อไทย เข้ามารับหน้าที่นี้
รองนายกฯ ความมั่นคงดูแลด้านทหาร และตำรวจ ซึ่งในเพื่อไทยเอง มีบุคลากรด้านนี้ อยู่แล้ว!
ต้องเร่งสรุปครม.ชุดใหม่ เพื่อนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ รวมทั้งแถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา ให้ครบถ้วนกระบวนความ
แล้วจะได้ลงมือบริหารงานรัฐบาล เร่งฟื้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ 1 หมื่นบาท กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่สุด
ส่วนเสียงข่มขู่คุกคาม ถือว่าเป็นรสชาติทางการเมือง ที่จะต้องผ่านไปให้ได้!!
วงค์ ตาวัน